แตกต่างเหมือนกัน! รวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ “กองทุนปันผล” และ “กองทุนไม่ปันผล”

กองทุนปันผลคืออะไร

ถึงการลงทุนทุกประเภทจะมีความเสี่ยง แต่การรู้จักวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบก็สามารถเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน เช่นเดียวกับการวางแผนและสร้างกลยุทธ์เพื่อรับมือทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในการลงทุน การพิจารณาเลือกประเภทการลงทุนให้เหมาะสมกับความต้องการตั้งแต่การเปิดพอร์ตก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้นักลงทุนบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับใครที่กำลังวางแผนขยายฐานเงินเก็บด้วยการลงทุน หรือกำลังชั่งใจอยู่ว่าควรจะเลือกการลงทุนแบบใดให้เหมาะสมกับตัวเอง วันนี้เราจะขอพาทุกคนไปรู้จักกับอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนอย่าง “กองทุนปันผล” และ “กองทุนไม่ปันผล” กัน แล้วการลงทุนทั้ง 2 ประเภทจะแตกต่างกันอย่างไร เหมาะสำหรับใครบ้างนั้น มาพิจารณาไปพร้อมกันได้เลย

 

“กองทุนปันผล” คืออะไร?

แต่ก่อนที่จะตัดสินใจได้ว่าควรเลือกลงทุนกับกองทุนปันผลหรือแบบไม่ปันผลมากกว่ากันนั้น นักลงทุนทุกคนจำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงความแตกต่าง ข้อดี รวมถึงข้อควรระวังของการลงทุนทั้ง 2 แบบกันก่อน ซึ่งเราจะขออธิบายรายละเอียดของกองทุนแบบปันผลกันก่อน

กองทุนปันผล (Divided Fund) คือ กองทุนที่มีนโยบายจ่ายผลตอบแทนให้กับนักลงทุนที่ร่วมลงทุนในกองทุน โดยเงินปันผลที่นักลงทุนจะได้รับนั้นจะแตกต่างกันไปตามจำนวนเงินต้นที่ลงทุน และผลประกอบการของกองทุนทั้งหมด ซึ่งจะรวมถึงผลประกอบการจากสินทรัพย์ที่กองทุนไปร่วมลงทุนด้วย 

โดยการคำนวณเงินปันผลของกองทุนนั้นอาจแตกต่างกันไปตามประเภทและนโยบายที่กองทุนกำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น 

กองทุนชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ หรือ Auto Redemption ที่นักลงทุนจะขายคืนหน่วยลงทุนให้กับผู้ถือหน่วย จึงทำให้ได้เงินปันผลที่ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งเงินจากการขายคืนนี้อาจมาจากเงินต้น หรือ ผลตอบแทนกองทุนที่ลงทุนไว้
กองทุนที่จ่ายกำไรออกมาเป็นเงินปันผล โดยเมื่อกองทุนมีมูลค่าและผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น กองทุนจะนำกำไรที่ได้มาจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่นักลงทุน ซึ่งเงินปันผลที่ได้นี้จะถูกหักภาษี 10% 



ข้อดีและข้อควรระวังของ “กองทุนปันผล”


กองทุนแบบปันผลนั้นเป็นอีกหนึ่งประเภทการลงทุนที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนมือใหม่และผู้เชี่ยวชาญการลงทุน เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นแล้ว นักลงทุนยังสามารถใช้กองทุนประเภทนี้ในการสร้างผลตอบแทนไปเรื่อย ๆ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดการลงทุนอื่น ๆ เช่น ใช้เงินปันผลเป็นทุนในการลงทุนเก็งกำไรในสินทรัพย์อื่น ๆ หรือ ในขณะที่ตลาดผันผวนหรืออยู่ในขาลงก็ยังมีเงินปันผลเป็นผลตอบแทนสำหรับค่าใช้จ่าย หรือนำกลับไปลงทุนเพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนได้ เป็นต้น 

ที่สำคัญ กำไรที่ได้จากกองทุนยังไม่เสียภาษี และถึงเงินปันผลที่ได้จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% นักลงทุนก็สามารถพิจารณาฐานภาษีของตัวเอง จากนั้นจึงรวมเงินปันผลทั้งปีแบบไม่หักภาษี ซึ่งหากพบว่ารวมแล้วฐานภาษีน้อยกว่า 10% ก็สามารถขอคืนภาษีได้ 

แต่อย่างไรก็ดี กองทุนปันผลก็มีข้อควรระวังเช่นกัน เพราะเมื่อกองทุนจ่ายเงินปันผลเรียบร้อยแล้ว มูลค่าหน่วยลงทุน (Net Asset Value : NAV) ก็อาจจะลดลง ทำให้ได้ส่วนต่างของกำไร หรือ Capital Gain ที่ลดลง ส่งผลให้นักลงทุนอาจไม่สามารถสะสมความมั่งคั่งของสินทรัพย์ที่ลงทุนไปได้ตามเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ 

รู้ไว้ใช่ว่า!


กองทุนที่ปันผลมากอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนปันผลน้อยเสมอไป เนื่องจากกองทุนแต่ละตัวมีวิธีทำกำไรที่แตกต่างกัน เช่น กองทุนบางตัวแม้จะมีเงินปันผลที่น้อย แต่อาจมีกำไรในการลงทุนสินทรัพย์อื่น ๆ ที่สูง ทำให้ค่า NAV ไม่ต่ำลงหลังมีเงินปันผลออกมา ส่งผลให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนเพื่อสะสมความมั่งคั่งในระยะยาวได้มากกว่า




“กองทุนไม่ปันผล” คืออะไร?


เมื่อรู้จักกองทุนปันผลไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาของกองทุนแบบไม่ปันผลบ้าง โดยกองทุนประเภทนี้จะเป็นกองทุนที่จะไม่จ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุน แต่ตัวกองทุนจะนำกำไรจากการลงทุนไปลงทุนต่อ ทำให้มูลค่าของกองทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนแบบดอกเบี้ยทบต้นมากขึ้นด้วย 

รู้ไว้ใช่ว่า!


หลายคนอาจสับสนว่า กองทุนที่นำกำไรจากการลงทุนไปลงทุนต่อจะทำให้นักลงทุนได้กำไรเพิ่มขึ้นได้อย่างไร คำตอบง่าย ๆ ก็คือ เมื่อเงินทุนเพิ่มขึ้น การคำนวณกำไรที่จะได้รับก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย 

หากใครยังนึกภาพไม่ออกล่ะก็ ลองคิดถึงเวลาไปฝากเงินกับธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ยดู แน่นอนว่าเมื่อเราไม่ได้ถอนดอกเบี้ยออกมา เงินต้นในการคำนวณดอกเบี้ยรอบใหม่ก็จะยิ่งสูงขึ้น ส่งผลให้เราได้รับดอกเบี้ยสูงขึ้นตามไปด้วย



ข้อดีและข้อควรระวังของ “กองทุนไม่ปันผล”

ข้อดีแรกสุดของกองทุนไม่ปันผล คือ เรื่องผลตอบแทนที่จะได้รับ เพราะนอกจากจะไม่เสียภาษีใน Capital Gain ที่ได้แล้ว นักลงทุนยังสามารถนำกำไรที่ได้รับไปลงทุนต่อเนื่องได้เรื่อย ๆ ส่งผลให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนแบบทบต้นไปเรื่อย ๆ ได้ 

อย่างไรก็ดี มูลค่าหน่วยลงทุน หรือ NAV ยังปรับตัวตามราคาสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนต่อ ทำให้กองทุนไม่ปันผลมักมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูง ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุน หรือสัดส่วนการลงทุนที่นักลงทุนเลือก ดังนั้น นักลงทุนจึงอาจต้องปรับแผนและสร้างกลยุทธ์การลงทุนเรื่อย ๆ นอกจากนี้ กองทุนไม่ปันผลยังไม่มีกระแสเงินสดมาให้นักลงทุนไว้ใช้หมุนเวียนเหมือนกับกองทุนปันผลอีกด้วย


สรุป! ควรเลือกลงทุน “กองทุนปันผล” หรือ “กองทุนไม่ปันผล” ?


จะเห็นได้ว่า ความแตกต่างของกองทุนปันผลและกองทุนไม่ปันผลนั้นขึ้นอยู่กับ “เงินปันผล” “วิธีการลงทุน” และ “เป้าหมายการลงทุน” ซึ่งสำหรับใครที่มีเงินก้อนใหญ่ และต้องการมี “รายได้ประจำ” เป็นกระแสเงินสด การเลือกลงทุนกับกองทุนแบบปันผลอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้มากกว่า 

แต่สำหรับผู้ที่มีเงินก้อนในการลงทุนไม่สูงมาก หรือต้องการสะสมให้เงินลงทุนงอกเงย โดยไม่ต้องการ “รายได้ประจำ” การลงทุนในกองทุนปันผลอาจไม่ตอบโจทย์ ด้วยเหตุนี้ การลงทุนกับกองทุนแบบไม่ปันผลจึงเปิดโอกาสให้เพิ่มพูนเงินก้อน และต่อยอดการลงทุนไปได้เรื่อย ๆ แต่นักลงทุนเองก็ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะกองทุนไม่ปันผลส่วนใหญ่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน


อย่างไรก็ดี การเลือกลงทุนในกองทุนปันผลและไม่ปันผลก็ไม่ได้มีกฎตายตัวเสมอไป ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบ ความสามารถในการบริหารจัดการพอร์ต ความจัดการความเสี่ยงที่ตัวเองรับไหว รวมไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งใจเอาไว้ 

และเพื่อตอบทุกโจทย์ในโลกของการลงทุนที่คุณต้องการ Money Adwise พร้อมช่วยให้คำปรึกษาเรื่องการลงทุนในกองทุนปันผลและการลงทุนทุกรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตผู้วางแผนการลงทุน (Investment Planner : IP) และใบรับรองคุณวุฒินักวางแผนการเงินมาตรฐานระดับสากล (Certified Financial Planner : CFP) และมีประสบการณ์การวางแผนมากกว่า 1,000 แผน ที่พร้อมพาคุณลงทุนอย่างเหมาะสมและตรงกับความต้องการ พิเศษ! นัดปรึกษาวางแผนการลงทุนครั้งแรกฟรีที่ Line : @MoneyAdwise (มี @ ด้วย) หรือคลิกนัดปรึกษาบริการวางแผนการเงิน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้