กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ Provident Fund หนึ่งในสวัสดิการสำคัญที่คนส่วนใหญ่มองหาเมื่อต้องย้ายที่ทำงานใหม่ แต่รู้หรือไม่ ว่าเงินสะสมที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือน รวมทั้งเงินที่ได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ล้วนมีสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องทำการยื่นภาษีทุกครั้งตามกฎหมายที่กรมสรรพากรกำหนด และนี่คือข้อมูลสำคัญของเงินได้และเงินสะสมกองทุนสํารองเลี้ยงชีพกับการยื่นภาษี ที่วัยทำงานทุกคนต้องรู้
ความหมายและความสำคัญของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ก่อนจะไปเจาะลึกว่าเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องยื่นภาษีอย่างไร แล้วเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไหม อันดับแรก คนทำงานทุกคนควรต้องเข้าใจความหมายและความสำคัญของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างถ่องแท้เสียก่อน ซึ่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ Provident fund คือกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างจัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินออมไว้ใช้จ่ายหลังจากเกษียณอายุ ออกจากงาน หรือทุพพลภาพ ประกอบไปด้วยเงิน 4 ส่วนด้วยกัน ได้แก่
- เงินสะสมของลูกจ้างที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือน สามารถสะสมได้ 2-15% ของเงินเดือน
- เงินสมทบจากนายจ้าง โดยต้องไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง และสมทบได้ 2-15% ของเงินเดือน
- ผลประโยชน์ที่งอกเงยมาจากการลงทุนของเงินสะสมของลูกจ้าง
- ผลประโยชน์ที่งอกเงยมาจากการลงทุนของเงินสมทบของนายจ้าง
เงินสมทบและเงินสะสมจะถูกบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนำไปลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เงินฝาก หุ้น ตราสารหนี้ เพื่อให้เงินงอกเงยและกลายเป็นผลประโยชน์ที่จะนำมาเฉลี่ยให้กับสมาชิกทุกคนในกองทุนตามสัดส่วนเงินสะสมที่ฝากไว้
ข้อดีของการทำงานในองค์กรที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- สร้างวินัยในการออม และช่วยให้มีเงินออมที่งอกเงยอย่างต่อเนื่องสำหรับใช้จ่ายในวัยหลังเกษียณ
- สามารถนำเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้
- ลดความเสี่ยงจากการใช้เงินในทางที่ไม่เกิดประโยชน์ และเพิ่มโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงิน
- แสดงถึงความใส่ใจของนายจ้างที่ต้องการสร้างความมั่นคงให้กับพนักงาน จึงช่วยสร้างแรงจูงใจให้กับการทำงาน
เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะได้รับในกรณีใดบ้าง ?
คุณจะสามารถรับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ใน 3 กรณี ดังนี้
- รับเงินเนื่องจากเกษียณอายุเมื่ออายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท
- รับเงินเนื่องจากลาออกจากกองทุนแต่ไม่ได้ลาออกจากงาน
- รับเงินเนื่องจากลาออกจากงาน แต่ในกรณีที่ทำงานใหม่มีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และยังไม่ประสงค์รับเงินคืน สามารถแบ่งวิธีการบริหารจัดการได้เป็น 3 วิธีด้วยกัน ได้แก่
- เก็บเงินไว้กับกองทุนเดิม
- โอนย้ายไปรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของที่ทำงานใหม่
- โอนย้ายไปรวมกับกองทุนรวมเพื่อการเกษียณ (กองทุน RMF)

เงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องยื่นภาษีอย่างไร ?
จากที่กล่าวไปข้างต้น ว่าลูกจ้างจะได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใน 3 กรณี แต่ถึงแม้ว่าเงินสะสมจะไม่ต้องเสียภาษี แต่เงินส่วนที่เป็นผลประโยชน์และเงินสมทบจากนายจ้างในบางกรณีจะต้องเสียภาษี โดยต้องนำมายื่นภาษีตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
- กรณีเกษียณอายุ
หากอายุครบ 55 ปีและเป็นสมาชิกกองทุนต่อเนื่องขั้นต่ำ 5 ปี เงินผลประโยชน์ทั้งหมดและเงินสมทบจากนายจ้างจะได้รับการยกเว้นภาษี - กรณีลาออกจากกองทุนแต่ไม่ลาออกจากงาน
หากลาออกจากกองทุนแต่ไม่ลาออกจากงาน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็ต้องนำเงินผลประโยชน์ทั้งหมดและเงินสมทบจากนายจ้างมาคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อใช้ในการยื่นภาษีประจำปีตามฐานรายได้ที่กรมสรรพากรกำหนด - กรณีลาออกจากงาน
หากลาออกจากงานแล้วต้องการรับเงินทั้งหมด สามารถนำเงินจากกองทุนมาคำนวณภาษีได้ 2 กรณี ได้แก่- กรณีอายุงานต่ำกว่า 5 ปี ต้องนำเงินผลประโยชน์ทั้งหมดและเงินสมทบจากนายจ้างมาคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อเสียภาษีประจำปี
- กรณีอายุงานมากกว่า 5 ปี สามารถทำวิธีเดียวกับผู้ที่อายุงานต่ำกว่า 5 ปีได้ หรือแยกคำนวณเพื่อให้เสียภาษีน้อยลงโดยใช้สูตร [เงินผลประโยชน์และเงินสมทบจากนายจ้าง – (7,000 x จำนวนปีที่ทำงาน)] x 0.5 จะได้เงินได้สำหรับนำไปใช้คำนวณภาษีประจำปี
- ยกตัวอย่างเช่น คุณ A มีเงินสะสมในกองทุน 100,000 บาท เงินสมทบจากนายจ้าง 100,000 บาท ผลประโยชน์จากเงินสะสมและเงินสมทบรวม 20,000 บาท อายุงาน 10 ปี สามารถคำนวณได้ว่า [120,000 – (7,000 x 10)] x 0.5 = 25,000 เท่ากับว่าต้องนำเงินได้ 25,000 บาทไปคำนวณภาษีเงินได้
เงื่อนไขในการใช้เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพลดหย่อนภาษี
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถนำมาใช้ลดหย่อนได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 500,000 บาท
อยากวางแผนภาษีจากเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ลงทะเบียนรับคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินของ Money Adwise ได้ทางเว็บไซต์ ช่วยคุณวางแผนภาษีและการเงินส่วนบุคคลได้ครอบคลุมโดยนักวางแผนการเงินคุณวุฒิ CFP® ปรึกษาครั้งแรก ไม่เสียค่าใช้จ่าย
- ตอบปัญหาเรื่องภาษี ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 จาก https://www.thaipvd.com/employee/ลูกจ้าง-บทความ/9iw3i8
- รู้ก่อนก็เซฟกว่า! กองทุนสำรองเลี้ยงชีพช่วยลดหย่อนภาษีได้อย่างไร. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 จาก https://www.principal.th/th/provident-fund-May-2023
- เงินที่รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คำนวณภาษีอย่างไร. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 จาก https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2566/211266.pdf