คำถามที่พบบ่อย
วางแผนการเงินและลงทุน
การวางแผนการเงินคืออะไร
การวางแผนการเงินเป็นกระบวณการที่จะช่วยให้ถึงจุดหมายต่างๆในชีวิตผ่านการบริหารจัดการทางการเงินที่เหมาะสม เป็นการเตรียมการล่วงหน้าสำหรับความต้องการที่จะมีในอนาคตในแต่ละช่วงชีวิตเพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
นักวางแผนการเงินมีหน้าที่อะไร
นักวางแผนการเงินทำหน้าที่ช่วยผู้รับคำปรึกษาในการบรรลุเป้าหมายต่างๆในชีวิต ผ่านกระบวนการวางแผนทางการเงิน หน้าที่หลัก คือ ช่วยหาความต้องการ และเป้าหมายสำคัญต่างๆ จัดลำดับความสำคัญ และคัดสรรผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม นักวางแผนการเงินจะมองภาพใหญ่ ทั้งสถานะการเงินปัจจุบัน และการทำให้ถึงจุดหมาย โดยใช้ความรู้ การคำนวณ ประสบการณ์ และเครื่องมือทางการเงินต่างๆ
ทำไมต้องมีนักวางแผนการเงินดูแล
มีเหตุผลมากมายที่ควรมีนักวางแผนการเงิน รวมถึงเหตุผลสำคัญดังนี้
- ประสบการณ์ และทักษะ ในปัจจุบันที่ข้อมูล ข่าวสาร และการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเงิน กฎหมาย และภาษีเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีความละเอียด ซับซ้อนมาก ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะนักวางแผนทางการเงินที่ได้ให้บริการผู้รับคำปรึกษาเป็นจำนวนมาก จะมีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต และมีโอกาสบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้จริง
- ประหยัดเวลา คนส่วนใหญ่มักทุ่มเทเวลาไปกับการทำงาน ทำให้ไม่มีเวลามากมาศึกษา หาข้อมูล และจัดทำแผนการเงินของตนเองอย่างเป็นระบบ และคนอีกจำนวนมากพบว่าให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลจะบริหารเวลาได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
กระบวณการวางแผนการเงิน มีขั้นตอนอย่างไร
- เก็บรวบรวมและจัดสรรข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแยกแยะ และจัดลำดับเป้าหมาย และความต้องการของผู้รับคำปรึกษา ซึ่งขั้นตอนนี้เราจะสัมภาษณ์ผู้รับคำปรึกษา สอบถามตามแบบสอบถาม และใช้ข้อมูลจากการให้บริการผู้รับคำปรึกษาในอดีต
- วิเคราะห์ข้อมูลที่ผู้รับคำปรึกษาให้ และพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมายทางการเงินด้านต่างๆ
- หลังจากวิเคราะห์แล้ว เราจะจัดทำแผนฉบับร่าง นำเสนอผลการวิเคราะห์ และคำแนะนำเบื้องต้น
- สรุปแผนการดำเนินการ ระยะเวลา และความรับผิดชอบ เราจะทำเอกสารประกอบเพิ่มเติ่มถึงผลลัพธ์ที่จะเป็นไปได้ของทางเลือกต่างๆ
แผนการเงินมีอะไรบ้าง
- วิเคราะห์สถานะทางการเงินปัจจุบัน
- แผนการออมการลงทุน
- แผนการศึกษาบุตร
- แผนเกษียณอายุ
- แผนภาษีเงินได้
- แผนการบริหารความเสี่ยงด้านชีวิต
- แผนการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพ
- แผนการจัดการทรัพย์สิน และมรดก
ทำไมต้องวางแผนการเงินแบบองค์รวม
ในชีวิตคนเราล้วนมีเป้าหมายทางการเงินหลากหลายเป้าหมาย แต่ละเป้าหมายก็มีระดับความสำคัญ และต้องการการจัดการเงินแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามทุกๆแผนฯ/เป้าหมายทางการเงินของคนๆหนึ่งต่างก็ส่งผลเชื่อมโยงถึงกันจึงควรวางแผนการเงินองค์รวมเพื่อให้มีแผนการเงินที่รองรับในทุกสถานการณ์ในชีวิตอย่างรอบด้าน
ถ้าต้องการวางแผนเฉพาะบางแผน เช่นแผนการลงทุน โดยไม่ทำแบบองค์รวมได้หรือไม่
ผู้รับคำปรึกษาสามารถเลือกที่จะรับบริการวางแผนการเงินสำหรับเป้าหมายเฉพาะโดยไม่วางแผนการเงินองค์รวมได้ นักวางแผนการเงินของเราสามารถให้คำเเนะนำแผนการเงินเฉพาะ จนถึงการดำเนินการตามแผนได้
ผู้รับคำปรึกษาหลายๆท่านของเรามีความสามารถในการจัดการบางด้านในแผนการเงินได้ดีอยู่แล้ว หรืออาจมีที่ปรึกษาช่วยดูแลในบางแผนการเงินอยู่แล้ว เราสามารถทำหน้าที่ได้ทั้งการให้ความเห็นเพิ่มเติม (Second Opinion) และช่วยวางแผนการเงินในด้านที่ยังขาดการจัดการได้
มีการซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น ประกัน กองทุน กับที่อื่นอยู่ก่อน จะได้รับบริการอย่างไร
เป็นเรื่องที่ดีที่ผู้รับคำปรึกษามีการจัดสรรเงินลงทุนอยู่ก่อนแล้ว Money Adwise ในฐานะที่ปรึกษาการเงินอิสระที่มีพันธมิตรอย่างหลากหลาย เราสามารถช่วยวิเคราะห์เป้าหมายการเงินอย่างละเอียด รวมถึงการทบทวนสินค้าการเงินเดิมที่มีอยู่ และสร้างคำแนะนำเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จในแต่ละเป้าหมายได้
ช่วยดู หรือคัดเลือกหุ้นรายตัวให้ได้หรือไม่
ที่ปรึกษาการเงิน/นักวางแผนการเงินของ Money Adwise ไม่ใช่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือผู้บริหารการลงทุน เราจึงไม่สามารถให้คำแนะนำ ประเมิน และวิเคราะห์หุ้นรายตัวด้วยความเห็นของเราเองได้ แต่เราสามารถให้ความเห็นตามบทวิเคราะห์ที่จัดทำโดยนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือผู้บริหารการลงทุนที่มีใบอนุญาตตามกฎหมายได้
งานวิจัยทางการลงทุนได้พิสูจน์แล้วว่าการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน (Asset Allocation) ที่เหมาะสมกับเป้าหมายมีส่วนกว่า 90% ของความสำเร็จในการลงทุนดังนั้นโดยทั่วไปในการวางแผนการเงิน เราจะแนะนำให้ลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีผู้จัดการกองทุน และทีมบริหารการลงทุนมืออาชีพช่วยจัดการให้ ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งในการกระจายการลงทุน และความสะดวกในการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน
รับประกันผลการลงทุนได้หรือไม่ กรณีขาดทุนจะรับผิดชอบและดำเนินการอย่างไร
ไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนการลงทุนได้
ในการลงทุนไม่สามารถคาดการณ์ผลตอบแทนการลงทุนได้แน่นอนเหมือนการออมที่ได้รับดอกเบี้ยสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตราสารทุน(หุ้น) อสังหาริมทรัพย์/สินค้าโภคภัณฑ์(ทั้งทางตรง และทางอ้อม) ในบางสินทรัพย์ลงทุนอาจมีผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะยาวเป็นบวก ในบางสินทรัพย์ เช่น สินทรัพย์ลงทุนทางเลือกยังไม่มีทฤษฎีการลงทุนที่อธิบายในระยะยาวได้มากพอ ดังนั้นในระยะสั้น(บางช่วงเวลา)ย่อมมีโอกาสที่ผลตอบแทนต่ำกว่าคาดการณ์ หรือผลตอบแทนติดลบ
สิ่งหนึ่งที่เรารับประกันได้คือตลอดการดูแลทางการเงินของเรา เราจะสร้างความรู้ความเข้าใจในแผนการเงินให้กับผู้รับคำปรึกษา
กรณีที่เป็นความผันผวนในระยะสั้นที่ไม่ได้มีนัยสำคัญต่อแผนการเงินเราจะดูแล และให้ความเข้าใจสภาวะการลงทุนในภาพรวมเพื่อให้ผู้รับคำปรึกษาสามารถยังคงอยู่ในการลงทุนต่อไปได้
กรณีที่มีความผันผวนอย่างรุนแรง หรือการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อแผนการลงทุน เราจะทบทวนแผนการเงินร่วมกันกับผู้รับคำปรึกษาเพื่อทำการปรับแผนการลงทุนให้เหมาะสมต่อไป
อยากซื้อกองทุน เริ่มต้นยังไง ?
เลือกกองทุนโดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง เปรียบเทียบกับกองทุนอื่นในประเภทเดียวกัน พิจารณาความเสี่ยง ค่าธรรมเนียมการจัดการ และความเชี่ยวชาญของผู้จัดการกองทุน นอกจากนี้ ควรดูการจัดสรรสินทรัพย์และวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนด้วย
วิธีการเลือกกองทุนรวมต้องเลือกยังไง ?
เลือกกองทุนโดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง เปรียบเทียบกับกองทุนอื่นในประเภทเดียวกัน พิจารณาความเสี่ยง ค่าธรรมเนียมการจัดการ และความเชี่ยวชาญของผู้จัดการกองทุน นอกจากนี้ ยังควรดูการจัดสรรสินทรัพย์และวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนด้วย
ผลตอบแทนกองทุนรวมมีวิธีการคำนวณอย่างไร ?
ผลตอบแทนคำนวณจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) รวมถึงเงินปันผลหรือดอกเบี้ยที่ได้รับในระยะเวลาที่กำหนด โดยใช้สูตร:
ผลตอบแทน (%) = [(มูลค่าปัจจุบัน – มูลค่าเริ่มต้น) + เงินปันผล] / มูลค่าเริ่มต้น x 100
ตัวอย่าง: ถ้า NAV เริ่มต้น 10 บาท, NAV ปัจจุบัน 11 บาท, และได้รับเงินปันผล 0.5 บาท ผลตอบแทน = [(11 – 10 + 0.5) / 10] x 100 = 15%
สินทรัพย์ที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนควรมีอะไรบ้าง ?
พอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่ดีควรประกอบด้วยสินทรัพย์หลากหลายประเภท แบ่งตามระดับความเสี่ยงได้ดังนี้:
สินทรัพย์ความเสี่ยงสูง:
- หุ้นรายตัว โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก (Small Cap)
- กองทุนรวมหุ้น โดยเฉพาะกองทุนที่เน้นลงทุนในตลาดเกิดใหม่หรือกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะ
- อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเก็งกำไร
- สินทรัพย์ทางเลือก เช่น คริปโทเคอร์เรนซี, สินค้าโภคภัณฑ์, Derivatives
สินทรัพย์ความเสี่ยงปานกลาง:
- หุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคง (Blue Chip Stocks)
- กองทุนรวมผสม ที่ลงทุนทั้งในหุ้นและตราสารหนี้
- อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยหรือให้เช่าระยะยาว
- กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs)
- ทองคำ หรือกองทุนรวมทองคำ
สินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ:
- เงินฝากธนาคาร
- พันธบัตรรัฐบาล
- กองทุนรวมตลาดเงิน
- กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น
- ตราสารหนี้เอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง
การทำประกันชีวิต
ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพต่างกันอย่างไร ?
ประกันชีวิตให้ความคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันชีวิตเสียชีวิต โดยผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินชดเชยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ขณะที่ประกันสุขภาพจะคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาล เช่น ค่าห้อง ค่ายา ค่าแพทย์ และค่าผ่าตัด
ประโยชน์ของการทำประกันชีวิตมีอะไรบ้าง ?
ประกันชีวิตช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับครอบครัวในกรณีที่ผู้เอาประกันชีวิตเสียชีวิต ช่วยลดภาระหนี้สิน สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนมรดกและการวางแผนภาษีได้ อีกทั้งยังมีโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในกรณีที่เป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
ควรทำประกันสุขภาพตอนอายุเท่าไหร่ ?
แนะนำให้ทำตั้งแต่อายุยังน้อยและยังมีสุขภาพที่แข็งแรง เพราะเบี้ยประกันภัยจะถูกกว่า โอกาสถูกปฏิเสธน้อย และสามารถคุ้มครองต่อเนื่องยาวนาน โดยช่วงอายุที่เหมาะสมคือ 20-35 ปี เพื่อใช้สิทธิ์เบี้ยต่ำและความคุ้มครองสูงสุด
ถ้ามีโรคประจำตัว จะสามารถทำประกันภัยได้ไหม ?
ทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทประกันภัย ซึ่งบางกรณีอาจมีการยกเว้นความคุ้มครอง เพิ่มเบี้ย (Loading) หรือปฏิเสธรับทำประกันภัยหากมีความเสี่ยงสูง ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ได้แผนที่เหมาะสมที่สุด
เกี่ยวกับบริการ
ทำไมต้องใช้บริการ Money Adwise
Money Adwise ให้บริการวางแผน และให้คำปรึกษาทางด้านการเงิน โดยนักวางแผนการเงินอิสระ ที่ไม่ได้เป็นพนักงานของสถาบันการเงิน
- นักวางแผนการเงินของเรามีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์หลายปีในการให้คำปรึกษากับผู้คนหลากหลายอาชีพ ช่วงอายุ และความต้องการที่แตกต่างกัน
- การให้คำแนะนำทางการเงินของเรามีมาตรฐานในระดับสากล นักวางแผนการเงินของเราได้รับใบอนุญาตการทำงานทั้งด้านการวางแผนลงทุน การวางแผนบริหารความเสี่ยง และ Certificate ด้านการวางแผนการเงินระดับสากล Certified Financial Planner: CFP ®
- เรามีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินที่หลายหลาย ไม่ว่าจะด้านการลงทุน และการบริหารความเสี่ยง ทั้งในและต่างประเทศ จึงมีตัวเลือกที่มากมายสำหรับคัดสรรให้เหมาะสมกับแต่ละแผนการเงิน และผู้รับคำปรึกษาแต่ละราย
Money Adwise มีสินค้าทางการเงินหรือไม่
Money Adwise ไม่ใช่สถาบันการเงิน และไม่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
นักวางแผนทางการเงินจะช่วยผู้รับคำปรึกษาคัดเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆที่เหมาะสมกับแต่ละแผนการเงิน จากพันธมิตรของเราที่เป็นสถาบันการเงินที่มั่นคง หลากหลาย และครอบคลุม ทั้งในและต่างประเทศ
แล้วต้องซื้อสินค้าหรือไม่ในการใช้บริการ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงิน โดยส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการดำเนินการผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงิน นักวางแผนการเงินของเราจะพยายามคัดสรรผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และช่วยในการดำเนินการให้เหมาะสมกับแผน และการดำเนินชีวิตของผู้รับคำปรึกษามากที่สุด อย่างไรก็ตามการตัดสินใจต่างๆย่อมอยู่ที่ผู้รับคำปรึกษา นักวางแผนการเงินยินดีปรับข้อเสนอแนะให้ เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษาลงมือปฏิบัติได้จริง
ที่ปรึกษาการเงิน/นักวางแผนการเงินในทีม Money Adwise มีใบอนุญาตตามกฎหมายหรือไม่
Money Adwise ให้ความสำคัญกับการให้คำแนะนำทางการเงินอย่างถูกต้องตามหลักการวางแผนทางการเงินระดับสากล และภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานราชการตามกฎหมาย
ทีมที่ปรึกษาการเงินของ Money Adwise ทุกคนต้องสอบผ่านใบอนุญาตการทำงานที่เกี่ยวข้องเสมอ ในการวางแผนบริหารความเสี่ยงจะมีใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ส่วนการวางแผนการลงทุนจะมีใบอนุญาตเป็นผู้แนะนำการลงทุน หรือผู้วางแผนการลงทุนขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
กว่าแผนทางการเงินแต่ละฉบับจะนำไปเสนอให้ผู้รับคำปรึกษา ทีมที่ปรึกษาการเงินของเราทุกคนให้คำแนะนำภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากนักวางแผนการเงิน CFP® ที่มีประสบการณ์การให้คำแนะนำจริง แผนการเงินทุกแผนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของแผนอีกครั้งเสมอ
นัดหมายครั้งแรก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
- เข้าใจภาพรวมการวางแผนทางการเงิน และแนวทางที่ได้รับการยอมรับตามหลักสากล
- ชัดเจนในกระบวณการทำงานแต่ละขั้นตอนของเรา ที่จะทำให้ผู้รับคำปรึกษาได้แผนการเงินที่เหมาะสม และมีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายทางการเงิน
- ทั้งสองฝ่ายพิจารณาว่าจะใช้/ให้บริการในขั้นต่อไปหรือไม่
- เพื่อให้เราเข้าใจ และทำแผนที่เหมาะสม เราจะช่วยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและเก็บข้อมูลด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนพบกัน
แต่เพื่อประหยัดเวลาของผู้รับคำปรึกษา เราแนะนำให้เตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางด้านการเงิน ทั้งรายได้-ค่าใช้จ่าย ทรัพย์สิน-หนี้สิน พอร์ตการลงทุน และกรมธรรม์ประกันต่างๆ
เราจะถามคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายทางการเงินด้านต่างๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการวิเคราะห์ และการคำนวณที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายที่ชัดเจนเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการเริ่มทำแผน เราแนะนำให้พิจารณามาก่อนพบกัน
ทำไมต้องให้ข้อมูลละเอียด
เหมือนกับการไปตรวจสุขภาพ ถ้าข้อมูลไม่ถูกต้อง ชัดเจน ละเอียด และครอบคลุม แพทย์จะไม่สามารถวินิจฉัยได้ ในการทำแผนการเงินก็เช่นเดียวกัน เพื่อตรวจสุขภาพทางการเงิน และให้คำแนะนำที่เหมาะสม ข้อมูลควรครบถ้วน และชัดเจนที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
การรักษาความลับ
ข้อมูลของผู้รับคำปรึกษาจะถูกเก็บเป็นความลับ นักวางแผนการเงินจะไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของผู้รับคำปรึกษาโดยปราศจากความยินยอมจากผู้รับคำปรึกษา เว้นแต่เป็นการปฎิบัติตามกฎหมาย เพื่อแก้ต่างข้อกล่าวหาการกระทำความผิด หรือเกิดข้อขัดแย้งระหว่างนักวางแผนการเงิน และผู้รับคำปรึกษา
ค่าใช้จ่าย
เราเชื่อว่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินแต่ละด้าน เริ่มต้นจากผู้รับคำปรึกษาได้แผนเฉพาะของแต่ละคน ซึ่งในการทำแผนให้เหมาะสม เราจึงต้องรู้จัก และเข้าใจผู้รับคำปรึกษาให้มากที่สุด รวมทั้งทำให้แน่ใจว่าบริการของเราเหมาะกับผู้รับคำปรึกษา ในนัดหมายครั้งแรกเราจึงยินดีให้คำปรึกษา และอธิบายเกี่ยวกับบริการของเรา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- กรณีลูกค้าตัดสินใจใช้บริการกับเรา หากมีค่าใช้จ่าย นักวางแผนการเงินจะแจ้งราคาในการให้คำปรึกษา พิจารณาจากข้อมูลและความต้องการของผู้รับคำปรึกษา
- ค่าที่ปรึกษา/ค่าทำแผนการเงิน/ค่าบริการรายปีรวมถึงคอมมิชชั่นจากสินค้าการเงินที่เราเเนะนำจะช่วยให้เราสามารถจัดการ ดูแล และพัฒนาการบริการให้คำปรึกษาทางการเงินกับคุณได้อย่างต่อเนื่อง
- ในกรณีทั่วไปค่าที่ปรึกษา และค่าทำแผนการเงินส่วนบุคคลประมาณ 8,000-30,000 บาท/ปี (ไม่รวม VAT) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแผนการเงิน และระดับของการดูแลผู้รับคำปรึกษาแต่ละราย
ระยะเวลาในการพูดคุยเรื่องแผนการเงิน
- ในการพบกันครั้งแรกโดยทั่วไปใช้เวลาโดยประมาณ 40 นาที – 90 นาที
- สำหรับการพบกันครั้งต่อๆไป กรณีเป็นการนำเสนอแผน หรือปรับแผนการเงินจะใช้เวลาในการพูดคุยกันอย่างน้อยประมาณ 60 นาที – 120 นาที
- ในบางกรณีอาจนานมากกว่าที่ประมาณไว้ข้างต้น ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแผนการเงิน และประเด็นที่ต้องการให้ Money Adwise ดูแล
สถานที่นัดพบ
สถานที่ควรเป็นสถานที่ที่มีความเป็นส่วนตัวในระดับที่เพียงพอกับการดูเอกสาร และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน และข้อมูลทางการเงินของผู้รับคำปรึกษา
การเลื่อนนัด
การทำงานของทีมที่ปรึกษาของเราจะนัดหมายผู้รับคำปรึกษาล่วงประมาณ 7 วัน ในกรณีฉุกเฉินผู้รับคำปรึกษาสามารถแจ้งขอปรับ/เลื่อนการนัดหมายได้ โดยกรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน
อย่างไรก็ตามเพื่อผลประโยชน์ของผู้รับคำปรึกษาเอง ในการนัดพบแต่ละครั้งมีความหมาย และมีคุณค่ากับตัวท่านเอง ในการดำเนินการตามแผนการเงินบางแผน อาจมีเรื่องของเงื่อนเวลามาเกี่ยวข้องด้วย รวมถึงทีมที่ปรึกษาเองก็ต้องพยามจัดเวลาในการปฏิบัติงานให้เหมาะสม จึงขอความร่วมมือให้ผู้รับคำปรึกษาพยามคงตารางนัดหมายให้ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
ถ้ามีเพื่อนสนใจจะมาฟังด้วย
เรายินดีที่ผู้รับคำปรึกษาจะชวนคนรู้จักที่สนใจมาพร้อมๆกันในการนัดหมายครั้งแรก เพียงแต่อาจมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งหลังจากพูดคุยพร้อมกันหลายคน เราสามารถแยกกลุ่มเก็บข้อมูลต่อได้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา
หากต้องการวางแผนทั้งครอบครัว หรือกับคู่สมรส ได้หรือไม่
การวางแผนการเงินแม้จะเป็นความลับ และเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่การสนับสนุน และความเข้าใจจากครอบครัว หรือคู่สมรสมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จได้อย่างมาก
หากต้องการวางแผนการเงินทั้งครอบครัว หรือวางแผนการเงินร่วมกันกับคู่สมรส ผู้รับคำปรึกษาสามารถเลือกวางแผนการเงินองค์รวมร่วมกันทุกเป้าหมายกับสมาชิกครอบครัว/คู่สมรสได้ หรือจะวางแผนร่วมกันบางส่วน และมีเป้าหมายบางเป้าหมายเป็นการส่วนตัวได้เช่นกัน
ไม่ต้องการให้ข้อมูลทั้งหมดหรือบางส่วน สามารถวางแผนหรือแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ได้หรือไม่
ในการเก็บข้อมูลผู้รับคำปรึกษามีสิทธิที่จะเลือกให้ข้อมูลกับที่ปรึกษาการเงินของเราได้ แต่ผู้รับคำปรึกษาควรทราบด้วยว่าความละเอียด และความถูกต้องของข้อมูลมีผลอย่างมากต่อความสมเหตุสมผลของคำแนะนำ ความเป็นไปได้ในการนำแผนฯไปปฏิบัติ และโอกาสที่จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
คำถามทั่วไป
ฐานะดีอยู่แล้วต้องวางแผนการเงินหรือไม่
คนทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะในระดับใดก็ตามจำเป็นต้องวางแผนการเงิน
เพราะการวางแผนการเงินไม่ใช่เพียงแค่การทำให้ทรัพย์สินเติบโตจากการลงทุน แต่รวมถึงการจัดสรรทรัพย์สินตามเป้าหมาย และความเหมาะสมกับสภาวการณ์ต่างๆ การปกป้องความมั่งคั่งของครอบครัว/กิจการ และการส่งมอบความมั่งคั่ง ซึ่งต้องการการวิเคราะห์ และวางแผนการเงินอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับผู้มีสินทรัพย์สูง
อายุเยอะ ใกล้เกษียณแล้ววางแผนได้หรือไม่
การวางแผนการเงินแท้จริงแล้วก็คือการวางแผนชีวิต ไม่ว่าจะในช่วงวัยใดการวางแผนการเงินมีความสำคัญอยู่เสมอ เพราะในแต่ละช่วงวัยมีความจำเป็นในการวางแผนการเงินแตกต่างกันไป จึงมีความจำเป็นในการวางแผนการเงินให้เหมาะสม
โดยเฉพาะในช่วงใกล้เกษียณ ความสำคัญที่สุดคือการวางแผนการใช้ชีวิตในช่วงหลังเกษียณที่เป็นช่วงชีวิตที่เราจะไม่มีรายได้ หรือรายได้ลดลงซึ่งไม่ใช่เพียงแค่งบประมาณค่าใช้จ่าย แต่รวมถึงงบประมาณดูแลสุขภาพด้วย
สำหรับผู้สูงวัยการวางแผนการเงินที่สำคัญคือการวางแผนสร้างมรดก การส่งมอบความมั่งคั่ง(ทรัพย์สิน) หรือกิจการที่สร้างมา เพื่อให้การส่งมอบเป็นไปตามความต้องการอย่างแท้จริงรวมถึงไม่เป็นภาระแก่ผู้รับ และป้องกันความขัดแย้งภายในครอบครัว การวางแผนการเงินเพื่อการสร้างมรดก หรือการส่งมอบความมั่งคั่ง และกิจการจึงมีความสำคัญสำหรับช่วงวัยนี้
โสด ไม่มีครอบครัว จำเป็นต้องวางแผนหรือไม่
การวางแผนการเงินสำคัญกับทุกคนไม่ว่าจะมีครอบครัว หรือโสด สำหรับคนโสดยิ่งต้องวางแผนการเงินเพื่อเตรียมไว้ดูแลตัวเอง
- แผนการเงินที่สำคัญสำหรับคนโสดไม่มีครอบครัวคือการวางแผนการเงินสำหรับการเกษียณ และแผนการเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาล
- แผนการเงินที่สำคัญรองลงมาเพื่อตอบเป้าหมาย Lifestyle การใช้ชีวิต เช่น แผนงบประมาณการท่องเที่ยว ฯลฯ
สนใจเป็นนักวางแผนการเงินต้องทำอย่างไร
ที่ Money Adwise เราเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจการทำงานในฐานะที่ปรึกษาการเงิน/นักวางแผนการเงินเข้ามาพูดคุยถึงโอกาส ความเป็นไปได้ และเส้นทางการพัฒนาไปสู่การเป็นนักวางแผนการเงินที่แท้จริง
การร่วมทีมเพื่อก้าวไปสู่การเป็นที่ปรึกษาการเงิน/นักวางแผนการเงินมืออาชีพกับเรา จะได้รับการสอนทั้งในภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติในการวางแผนการเงินอย่างครบวงจร รวมถึงการ Coaching รายบุคคลจากนักวางแผนการเงิน CFP® ที่มีประสบการณ์จริงของเรา
อยากเป็นนักวางแผนการเงิน ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ?
ยากเป็นนักวางแผนการเงินการลงทุนกับ Money Adwise ต้องมีอายุระหว่าง 25-40 ปี มีทักษะการสื่อสารที่ดี มีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 2 ปี ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านการเงิน แต่ต้องพร้อมเรียนรู้และเข้ารับการอบรมจากทีมงาน หากมีใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องเช่น IC License, IP License, AFPT, CFP จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
อยากเป็นตัวแทนขายประกัน ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ?
ตัวแทนขายประกันต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดี มีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกัน มีใบอนุญาตขายประกันที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และมีความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน
รายได้เฉลี่ยของอาชีพนักขายประกันในประเทศไทยอยู่ที่เท่าไร ?
รายได้ของนักขายประกันไม่มีจำนวนที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับจำนวนและมูลค่าของกรมธรรม์ที่ขายได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าขายเก่ง มีทักษะการขายที่ดี ก็สามารถสร้างรายได้เกินหลักแสนต่อเดือนได้เลยทีเดียว