ภาษีนิติบุคคล คืออะไร
ภาษีนิติบุคคล คือ ภาษีที่บริษัทหรือกิจการต้องจ่ายจากรายได้ที่ได้รับจากการดำเนินกิจการในแต่ละปี โดยจะคำนวณจากรายได้สุทธิของบริษัทที่ได้รับจากการขายสินค้า, การให้บริการ หรือกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ๆ หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกิจการ เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าวัตถุดิบ ค่าเช่าสำนักงาน ค่าโฆษณาและการตลาด ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็น ภาษีนิติบุคคลที่จ่ายนั้นแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ตามลักษณะของกิจการ เช่น SME (ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) และ บริษัทมหาชน หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยทั้งสองประเภทนี้จะมีอัตราภาษีและวิธีการคำนวณภาษีที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมี รายการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ที่บริษัทสามารถใช้ประโยชน์เพื่อลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายได้ บริษัทควรมีการศึกษารายละเอียดส่วนนี้ หรือเลือกใช้บริการปรึกษาการเงินบริษัท เนื่องจากการคำนวณภาษีนิติบุคคลให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพจะช่วยให้บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและสามารถใช้เงินเหล่านั้นไปลงทุนในกิจการหรือการขยายธุรกิจได้
วิธีการคำนวณภาษีนิติบุคคล
วิธีการคำนวณภาษีนิติบุคคล สามารถทำได้แบบไม่ยุ่งยาก แต่ทุกคนต้องทำความเข้าใจก่อนว่าฐานในการคิดภาษีนิติบุคคลแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
- ธุรกิจ SME ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5,000,000 บาท และรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000,000 บาท – คิดภาษีแบบขั้นบันได
- กรณีที่ 1 – ผลประกอบการขาดทุน หรือมีกำไรไม่เกิน 300,000 บาท ไม่จำเป็นต้องเสียภาษี
- กรณีที่ 2 – ผลประกอบการได้เป็นกำไรตั้งแต่ 300,001 – 3,000,000 บาท ต้องเสียภาษีในอัตรา 15%
- กรณีที่ 3 – ผลประกอบการได้เป็นกำไรตั้งแต่ 3,000,001 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีในอัตรา 20%
- ธุรกิจที่ไม่ใช่ SME (มหาชน) ที่มีทุนจดทะเบียนมากกว่า 5,000,000 บาทขึ้นไป และรายได้ทั้งปีมากกว่า 30,000,000 บาท
- กรณีที่ 1 – ผลประกอบการขาดทุน ไม่ต้องเสียภาษี
- กรณีที่ 2 – ผลประกอบการได้เป็นกำไรตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีในอัตรา 20%
รายการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล มีอะไรบ้าง
การเสียภาษีนิติบุคคล ของ SME (ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) เป็นภาระที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการ แต่การเข้าใจและใช้ รายการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล อย่างถูกต้องจะช่วยให้ลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อสถานะทางการเงินของบริษัทในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่มีพนักงานไม่เกิน 200 คน และสินทรัพย์ไม่เกิน 200 ล้านบาท ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จาก ค่าใช้จ่ายที่สามารถลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ทำธุรกิจในประเทศไทยและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จะสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด 6 ประเภทค่าใช้จ่าย ดังนี้
- ค่าจัดตั้งบริษัท ทำบัญชี และการสอบบัญชี
สำหรับ SME ที่จดทะเบียนบริษัทนิติบุคคลแล้วและมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท พร้อมรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการไม่เกิน 30 ล้านบาท ในรอบบัญชี ผู้ประกอบการสามารถใช้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท, การทำบัญชี และการสอบบัญชีที่เกี่ยวข้องในระยะเวลา 5 รอบปีบัญชีติดต่อกัน เพื่อลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า ซึ่งช่วยลดภาระภาษีของธุรกิจได้อย่างมาก การใช้ประโยชน์จากค่าจัดตั้งบริษัทเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ SMEs ควรใช้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจและยังช่วยประหยัดภาษีได้ - ค่าเสื่อมสภาพของคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ในยุคปัจจุบันคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งทางภาครัฐได้อนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถคิดค่าเสื่อมราคาของคอมพิวเตอร์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในอัตรา 40% ของมูลค่าอุปกรณ์ โดยสามารถทยอยหักค่าเสื่อมได้ในระยะเวลา 3 รอบบัญชี หลังจากวันที่ได้ทรัพย์สินมา - ค่าเสื่อมอาคาร
สำหรับ SME ที่มีสถานประกอบการเป็นอาคาร หรือโรงงาน บริษัทสามารถนำค่าเสื่อมสภาพของอาคารมาหักภาษีได้ โดยคิดในอัตรา 25% ของต้นทุน และส่วนที่เหลือสามารถหักได้ในแต่ละปี ไม่เกิน 5% ต่อปี ซึ่งค่าเสื่อมของอาคาร เป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายที่สำคัญในการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ซึ่งสามารถช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องลงทุนในอาคารหรือสถานที่ทำงานต่าง ๆ ที่มีต้นทุนสูง - ค่าเสื่อมของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร
โรงงานหรือกิจการที่มีเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร สามารถนำค่าเสื่อมของเครื่องจักรมาใช้หักลดหย่อนภาษีได้ โดยคิดในอัตรา 40% ของมูลค่า และส่วนที่เหลือสามารถหักได้ในแต่ละปี ไม่เกิน 20% ต่อปี - ค่าจ้างงานผู้สูงอายุ
อีกหนึ่งรายการลดหย่อนภาษีนิติบุคคลที่หลายคนไม่รู้ คือ ค่าจ้างผู้สูงอายุ รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุน SME ในการจ้าง ผู้สูงอายุ ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อกระจายรายได้และลดภาระภาษี โดยมีเงื่อนไขดังนี้:- ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
- เป็นลูกจ้างของบริษัท หรือขึ้นทะเบียนกับ กรมการจัดหางาน
- ค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน
- จำนวนการจ้างผู้สูงอายุไม่เกิน 10% ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมด
- ผู้สูงอายุไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของบริษัท
- หากบริษัทปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ได้ สามารถใช้ค่าจ้างผู้สูงอายุมาหักลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ 2 เท่า
- เงินบริจาค
การบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลหรือกองทุนต่าง ๆ ก็สามารถนำมาใช้เป็นการลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ โดยมีประเภทของการบริจาคที่สามารถหักภาษีได้ดังนี้:- บริจาคให้กับสถาบันการศึกษา – การบริจาคให้กับ สถาบันการศึกษารัฐและเอกชน รวมถึง สถาบันอุดมศึกษา ที่มีศักยภาพสูง สามารถใช้เป็นส่วนลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายการบริจาค
- บริจาคให้กับกองทุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ – การบริจาคให้กับกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สามารถหักได้เท่ากับจำนวนเงินที่บริจาค แต่ต้องไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ
- บริจาคให้กับกองทุนวิจัยและพัฒนา – บริจาคให้กับกองทุนวิจัย หรือพัฒนาและนวัตกรรม ทั้ง 4 กองทุน สามารถนำมา หักได้ 2 เท่า แต่รวมกับการบริจาคเพื่อการศึกษาและรายการอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ
- รายจ่ายในการฝึกอบรม
การฝึกอบรมพนักงานในบริษัทก็สามารถใช้ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้เช่นกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้:- ส่งลูกจ้างไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรม – บริษัทสามารถหักค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างไปฝึกอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมีหลักฐานการจ่ายค่าลงทะเบียนเรียน ค่าเดินทาง หรือค่าที่พักของลูกจ้าง
- ฝึกอบรมลูกจ้างตนเอง – การฝึกอบรมที่บริษัทจัดขึ้นเองสำหรับพนักงานของตนเองก็สามารถหักภาษีได้ แต่ต้องได้รับการรับรองจาก กระทรวงแรงงาน และค่าใช้จ่ายต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
บริการที่ปรึกษาทางการเงิน ช่วยวางแผนการเสียภาษีอย่างแม่นยำ
การคำนวณภาษีนิติบุคคล และการใช้รายการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจที่ลึกซึ้งในกฎหมายภาษี เพื่อให้การเสียภาษีนิติบุคคลถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การมีที่ปรึกษาการเงินบริษัทที่ช่วยวางแผนภาษีสามารถช่วยให้บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายจากการจ่ายภาษีที่เกินความจำเป็น Money Adwise มีทีมที่ปรึกษาทางการเงิน ที่เชี่ยวชาญด้านการคำนวณภาษีนิติบุคคล และการใช้รายการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล เราพร้อมให้คำแนะนำและการวางแผนภาษีนิติบุคคลที่ถูกต้องสำหรับธุรกิจ SME และบริษัทมหาชน เพื่อให้ธุรกิจของคุณไม่พลาดในการเสียภาษีและลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้อง หากคุณต้องการที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับการคำนวณภาษี หรือการวางแผนภาษีที่เหมาะสมสำหรับบริษัทของคุณ ติดต่อ Money Adwise เพื่อรับคำแนะนำที่เชี่ยวชาญและช่วยให้บริษัทของคุณสามารถเสียภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด