ถอดกลยุทธ์ลงทุนจากนักธุรกิจไทย เปลี่ยนกำไรสู่ความมั่งคั่ง

การลงทุนคือสิ่งที่นักธุรกิจไทยทำควบคู่ไปกับการบริหารธุรกิจให้เติบโต

Key takeaway: 

หัวใจสำคัญของการสร้างความมั่งคั่งแบบนักธุรกิจระดับประเทศ คือการเปลี่ยน "กำไร" ให้เป็น "สินทรัพย์" ผ่านการวางแผนที่เน้นผลลัพธ์และคุมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยใช้ทั้งวินัยการลงทุนระยะยาว การกระจายความเสี่ยง และการวางระบบให้เงินทำงานแทนเราอย่างอัตโนมัติ นอกจากนี้ การใช้เครื่องมือที่ยืดหยุ่นร่วมกับคำแนะนำจากที่ปรึกษาด้านการเงิน (CFP®) ยังจะช่วยปิดจุดบอดด้านภาษีและจัดการความเสี่ยงได้ครบวงจร ซึ่งเป็นทางลัดสู่การเติบโตที่มั่นคงและช่วยให้คุณส่งต่อมรดกให้ครอบครัวได้อย่างยั่งยืน


เบื้องหลังความมั่งคั่งที่พุ่งทะยานของนักธุรกิจระดับประเทศ ไม่ได้เกิดจากการขยายธุรกิจให้เติบโตเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการบริหารเงินลงทุนให้ทำงานควบคู่กันไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การถอดรหัสความคิดจากเหล่านักธุรกิจตัวจริง จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธี "เปลี่ยนผลกำไรให้เป็นทรัพย์สินที่มีคุณภาพ" เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางการเงินที่แข็งแรง และส่งต่อความมั่งคั่งนี้ให้ครอบครัวได้อย่างมั่นคงในระยะยาว


Mindset ของนักธุรกิจไทยเรื่องการลงทุน

ก่อนจะลงลึกถึงวิธีการจัดสรรเงินของนักธุรกิจชื่อดัง สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจ "กระบวนการคิด" เพราะมหาเศรษฐีส่วนใหญ่มีรากฐานการบริหารเงินที่ชัดเจน โดยยึดถือหลักการสำคัญ 2 ประการ ดังนี้


เป้าหมายการเงินที่วัดผลได้ 

พวกเขาไม่เคยตั้งเป้าหมายเพียงแค่คำว่า "รวยขึ้น" อย่างเลื่อนลอย แต่จะกำหนดตัวเลขผลตอบแทนและกรอบเวลาที่ชัดเจนในทุกโปรเจกต์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกย่างก้าวมีการคำนวณที่แม่นยำ สามารถติดตามความคืบหน้า และประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้จริง


ความเสี่ยงที่คำนวณได้ (Calculated Risk) 

บุคคลที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้กล้ารับความเสี่ยงบนพื้นฐานของข้อมูล ไม่ใช่การเดาสุ่ม สินทรัพย์ทุกชิ้นต้องผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Due Diligence) จนมั่นใจว่าโอกาสชนะมีมากกว่า และต้องมีแผนสำรอง (Exit Strategy) รองรับเสมอ เพื่อรักษาฐานความมั่งคั่งให้มั่นคงในทุกสภาวะตลาด


8 บทเรียนการลงทุนสู่ความสำเร็จระดับสากล

เมื่อมีกระบวนการคิดที่ถูกต้องแล้ว ลำดับถัดมาคือการเปลี่ยน Mindset ให้เป็น "หลักปฏิบัติ" ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำคัญที่นักลงทุนระดับโลกและนักธุรกิจแถวหน้าของไทยใช้สร้างความมั่งคั่ง ดังนี้


1. ลงทุนในสิ่งที่คุณเข้าใจ

หัวใจสำคัญคือการไม่กระโดดเข้าหาเทรนด์หรือกระแสที่ตนเองไม่มีความรู้พื้นฐาน เพราะความรู้คือเกราะป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด หากเราเข้าใจโมเดลธุรกิจ แหล่งที่มาของรายได้ และปัจจัยเสี่ยงของสินทรัพย์นั้นอย่างถ่องแท้ เราจะสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและไม่ตื่นตระหนกไปกับข่าวลือ


2. พลังของการกระจายความเสี่ยง

การไม่วางไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียวคือกฎเหล็กที่ช่วยลดโอกาสขาดทุนหนัก มหาเศรษฐีมักกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์กันต่ำ เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือพันธบัตร เพื่อให้ในวันที่สินทรัพย์หนึ่งปรับตัวลง สินทรัพย์อื่นยังคงทำหน้าที่พยุงพอร์ตโดยรวมให้เติบโตต่อไปได้


3. ใช้ Leverage อย่างมีประสิทธิภาพ 

คือการรู้จักใช้เครื่องมือทางการเงินหรือเงินกู้มาเป็นตัวช่วยเร่งให้พอร์ตเติบโตเร็วขึ้น แทนที่จะใช้เพียงเงินเก็บของตัวเองอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือต้องคำนวณให้มั่นใจว่าผลตอบแทนที่ได้จะคุ้มค่ากว่าดอกเบี้ยที่จ่ายไป และต้องมีกระแสเงินสดสำรองไว้เสมอ เพื่อไม่ให้ภาระหนี้กลายเป็นภาระหนักหากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด


4. มองการณ์ไกลและอดทนรอ 

ความมั่งคั่งที่แท้จริงต้องอาศัย "พลังของดอกเบี้ยทบต้น" นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักมองข้ามความผันผวนระยะสั้นและมุ่งเน้นไปที่มูลค่าในอนาคต พวกเขามีความอดทนรอคอยให้การลงทุนสุกงอม เพราะเข้าใจดีว่าการเร่งรีบทำกำไรจนเกินไปอาจทำให้พลาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนมหาศาลในระยะยาว


5. สร้าง Passive Income จากสินทรัพย์ 

จุดเปลี่ยนสำคัญของการเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จคือการเปลี่ยน "กำไรจากธุรกิจหลัก" ให้กลายเป็น "สินทรัพย์ที่ผลิตเงินสด" อย่างต่อเนื่อง เช่น หุ้นที่มีปันผลสูง อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เงินที่สร้าง Passive Income ทำงานแทนและสร้างรายได้ที่ไหลเข้ามาโดยไม่ต้องลงแรงเพิ่มตลอดเวลา


6. วินัยเหนืออารมณ์ (Emotional Discipline) 

ในโลกการลงทุน ความฉลาดทางอารมณ์มักสำคัญกว่าระดับ IQ นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจะตัดสินใจด้วยข้อมูล สถิติ และเหตุผลเสมอ พวกเขาจะไม่ปล่อยให้ความกลัวในช่วงตลาดขาลง หรือความโลภในช่วงตลาดขาขึ้นมาบดบังวิสัยทัศน์ แต่จะยึดมั่นในแผนการที่วางไว้เป็นหลัก


7. บริหารจัดการภาษีและการส่งต่อความมั่งคั่ง 

รายได้ที่หามาได้จะไม่มีความหมายหากเกิด "รอยรั่ว" จากภาษีที่ไม่จำเป็น นักธุรกิจระดับแนวหน้าจึงให้ความสำคัญกับการวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย และเตรียมความพร้อมในการส่งต่อทรัพย์สินสู่ทายาท (Wealth Transfer) เพื่อให้ความมั่งคั่งคงอยู่กับครอบครัวอย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น


8. ลงทุนใน "คน" และ "ที่ปรึกษา" 

ผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมักยอมรับว่าตนเองไม่ได้เก่งทุกเรื่อง การมีทีมงานมืออาชีพหรือที่ปรึกษาด้านการเงินที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (เช่น CFP®) จะช่วยให้มองเห็นภาพกว้างและช่องโหว่ที่อาจมองข้ามไป การลงทุนกับที่ปรึกษาที่มีจรรยาบรรณจึงเป็นการย่อระยะเวลาความสำเร็จและป้องกันความผิดพลาดราคาแพงที่อาจเกิดขึ้นได้



Case Study: เรียนรู้วิธีลงทุนจาก "ตัวจริง"

เมื่อเข้าใจหลักการสำคัญทั้ง 8 ข้อแล้ว ลองมาดูตัวอย่างการนำไปใช้จริงจาก "นักธุรกิจแถวหน้าของไทย" เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่าเราจะนำ Mindset เหล่านั้นมาใช้สร้างความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้อย่างไร


ธนินท์ เจียรวนนท์ (เครือซีพี) : การบริหารความเสี่ยงแบบ 70/30

คุณธนินท์เน้นย้ำว่า "การทำธุรกิจมีวิกฤตทุกวัน" สิ่งสำคัญคือต้องไม่หยุดลงทุนในสิ่งใหม่เพื่อตามโลกให้ทัน แต่ต้องทำภายใต้หลักการบริหารความเสี่ยงที่แม่นยำ โดยใช้สูตร 70/30 คือหากมีโอกาสชนะ 70% และความเสี่ยง 30% ที่เหลือไม่ทำให้ถึงขั้นล้มละลาย ก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะเดินหน้าต่อ

บทเรียนการลงทุน

คุณสามารถนำมาปรับใช้ผ่านหลักการกระจายความเสี่ยง โดยเน้นเงินส่วนใหญ่ (70%) ไว้ในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเพื่อรักษาเงินต้น และแบ่งเงินส่วนน้อย (30%) ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เติบโตสูง เพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไรโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงหลักของชีวิต


เจริญ & ฐาปน สิริวัฒนภักดี (TCC Group) : พลังของกระแสเงินสดและระบบ

กลยุทธ์ของธุรกิจกลุ่มไทยเบฟคือการสะสมสินทรัพย์ที่ "ผลิตเงินสด" ได้อย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ธุรกิจเครื่องดื่มไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนกลับมาเป็นต้นทุนในการต่อยอดการลงทุนใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเองอย่างไม่รู้จบ

บทเรียนการลงทุน

ให้เลือกสินทรัพย์ที่เป็น "เครื่องจักรผลิตเงิน" โดยเลือกสินทรัพย์อย่างหุ้นปันผล หรือกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REITs) แล้วนำผลตอบแทนที่ได้กลับไปลงทุนต่อ (Re-invest) เพื่อให้เงินทำงานทบกันไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นความมั่งคั่งก้อนใหญ่


สารัชถ์ รัตนาวะดี (Gulf Energy) : วิสัยทัศน์และการเลือกลงทุนในธีมแห่งอนาคต 

จุดเด่นของคุณสารัชถ์คือการเน้นการมองการณ์ไกล โดยเริ่มจากการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่โลกขาดไม่ได้ แล้วรุกเข้าสู่ธุรกิจ "New Economy" อย่างเทคโนโลยีและการสื่อสาร เพราะมองเห็นว่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่จะขับเคลื่อนโลกในวันข้างหน้า

บทเรียนการลงทุน

คุณสามารถนำวิสัยทัศน์นี้มาใช้ผ่านการเลือกลงทุนในสิ่งที่คุณเข้าใจ และเกาะไปกับ "Megatrend" ของโลก เช่น พลังงานสะอาด หรือเทคโนโลยี AI โดยการสะสมสินทรัพย์เหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้พอร์ตของคุณเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก


หากคุณต้องการวางแผนความมั่งคั่งตามรอยนักธุรกิจแถวหน้า แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ที่ปรึกษาด้านการเงินจาก Money Adwise พร้อมช่วยคุณวิเคราะห์และบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ โดยทีมงานคุณวุฒิวิชาชีพ CFP® ที่จะช่วยออกแบบแผนการเงินที่ตอบโจทย์คุณโดยเฉพาะ

เราพร้อมช่วยคัดสรรเครื่องมือที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการจัดพอร์ตลงทุนทั่วไป หรือการซื้อประกันควบการลงทุน เพื่อให้ทรัพย์สินของคุณเติบโตต่อเนื่องและพร้อมรับมือกับทุกความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด ลงทะเบียนปรึกษาครั้งแรกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเริ่มออกแบบความสำเร็จทางการเงินของคุณและครอบครัวตั้งแต่วันนี้


ข้อมูลอ้างอิง

  1. “การทำธุรกิจมีวิกฤตทุกวัน” ถอดคมคิด เปิดตำราฝ่าวิกฤตฉบับเครือซีพี: ธนินท์-ศุภชัย เจียรวนนท์. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568. จาก https://www.the101.world/dhanin-suphachai-chearavanont-interview/.
  2. อาณาจักรกว่า 9 แสนล้าน ใต้ปีก "ฐาปน สิริวัฒนภักดี". สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568. จาก https://www.posttoday.com/business/stockholder/731260.


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนตามรอยนักธุรกิจชื่อดัง (FAQs)

Q: การสร้างระบบเงินทำงานแทน (Passive Income) จำเป็นต้องรอให้ธุรกิจหลักกำไรมหาศาลก่อนหรือไม่ ?

A: ไม่จำเป็น หัวใจสำคัญคือการ "แบ่งกำไรมาต่อยอด" ตั้งแต่เนิ่น ๆ แม้เริ่มจากเงินน้อยแต่การสะสมในสินทรัพย์ที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอจะช่วยให้เงินทำงานได้เร็วขึ้น และใช้พลังดอกเบี้ยทบต้นได้ยาวนานกว่าการรอเริ่มตอนมีเงินก้อนใหญ่


Q: การเลือกลงทุนเทรนด์แห่งอนาคต (Megatrend) เสี่ยงที่จะเป็นเพียงกระแสชั่วคราวหรือไม่ ?

A: มีความเสี่ยงหากลงทุนตามอารมณ์ตลาด จึงควรใช้หลัก "ลงทุนในสิ่งที่คุณเข้าใจ" โดยเลือกอุตสาหกรรมที่มีรายได้จริงและมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตในระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว


Q: ในกรณีที่ตลาดผันผวนหนัก ควรยึดวินัย DCA ต่อไป หรือควรหยุดพักเพื่อรอดูสถานการณ์ ?

A: หากสินทรัพย์ที่เลือกยังมีพื้นฐานดี การ DCA ในช่วงตลาดขาลงคือโอกาสทองในการได้ต้นทุนที่ถูกลง อย่างไรก็ดี การมีที่ปรึกษาด้านการเงินจะช่วยยืนยันได้ว่าแผนเดิมยังตอบโจทย์เป้าหมายระยะยาวหรือไม่ เพื่อป้องกันการตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ


Q: การซื้อประกันควบการลงทุน (Unit-Linked) เหมาะกับนักลงทุนที่เน้นความมั่งคั่งสไตล์ไหน ?

A: เหมาะกับผู้ที่ต้องการ "ระบบที่เบ็ดเสร็จ" ที่รวมทั้งการคุ้มครองความเสี่ยงและการปั้นพอร์ตไว้ในที่เดียว ช่วยให้คุณปรับสัดส่วนลงทุนตามสถานการณ์ตลาดได้คล่องตัว เหมือนการบริหารพอร์ตแบบนักธุรกิจที่เน้นทั้งความปลอดภัยและการเติบโต

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้