5 แนวทางต้องทำหากโดนเลิกจ้างงาน ชีวิตไปต่อได้แบบไม่สะดุด

ผู้หญิงเก็บของจากโต๊ะทำงานหลังโดนเลย์ออฟจากบริษัท

Key takeaway :

การโดนเลย์ออฟเป็นผลจากการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ไม่ได้สะท้อนความผิดพลาดของพนักงานโดยตรง โดยมักเกิดจากการปรับโครงสร้างองค์กร ภาวะเศรษฐกิจ หรือการนำเทคโนโลยีและ AI มาแทนแรงงาน งานที่มีความเสี่ยงสูงคือหน้าที่ที่วัดผลยาก ทำซ้ำได้ หรือถูกระบบอัตโนมัติทดแทนได้ การรับมือการโดนเลย์ออฟอย่างมีระบบควรเริ่มจากการรู้สิทธิทางกฎหมายในการรับค่าชดเชย การใช้สิทธิประกันสังคมกรณีว่างงาน ควบคู่กับการอัปสกิล เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และสร้างรายได้สำรองจากอาชีพอิสระ เพื่อรักษาสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

 

การเลย์ออฟ (Layoff) หรือการปลดพนักงานจากองค์กรด้วยเหตุผลเชิงธุรกิจ ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่ในโลกธุรกิจปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวนหรือองค์กรต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เมื่อเราคาดเดาอนาคตไม่ได้ การเข้าใจสัญญาณเตือนก่อนโดนเลย์ออฟ และการเตรียมตัวให้พร้อมจะช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและการเงินของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

เลย์ออฟ (Layoff) คืออะไร ?

การเลย์ออฟ หรือ Layoff คือการที่นายจ้างยุติการจ้างงานโดยที่พนักงานไม่ได้ทำความผิดใด ๆ เป็นการตัดสินใจขององค์กรที่จะปลดพนักงานออกตามนโยบายหรือเหตุผลทางธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของพนักงานโดยสิ้นเชิง

 

ความแตกต่างระหว่างการเลย์ออฟและไล่ออก

  • การเลย์ออฟ เป็นการยกเลิกตำแหน่งงานหรือเลิกจ้างโดยที่สาเหตุไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของพนักงาน
  • การไล่ออก เกิดจากการกระทำผิดพลาดของพนักงาน เช่น การทุจริต ละเมิดระเบียบ หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์กร

 

สาเหตุที่ทำให้บริษัทต้องเลย์ออฟพนักงาน

  • บริษัทต้องการปรับโครงสร้างองค์กร หรือยุบแผนกที่มีประสิทธิภาพต่ำ
  • เศรษฐกิจตกต่ำหรือรายได้ขององค์กรลดลง ส่งผลให้ต้องประหยัดต้นทุน
  • การควบรวมกิจการหรือการถูกเทคโอเวอร์
  • การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยมีการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้แทนแรงงานคน ทำให้บางตำแหน่งงานไม่จำเป็นอีกต่อไป

 

เช็ก 7 สัญญาณเตือน งานไม่มั่นคง เสี่ยงโดนเลิกจ้าง

การรับมือกับการโดนเลย์ออฟเริ่มต้นได้จากการสังเกตสัญญาณเตือนที่บ่งชี้ถึงความไม่มั่นคงในงาน ดังนั้น การวิเคราะห์สถานการณ์ในองค์กรอยู่เสมอ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณหาทางหนีทีไล่จากการตกงานได้ทันเวลา

 

1. บริษัทหยุดรับสมัครพนักงานและลดการจ้างงาน

เมื่อบริษัทหยุดโพสต์รับสมัครงาน ไม่เติมตำแหน่งที่ว่าง รวมทั้งหยุดขยายทีม อาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังคุมต้นทุนและชะลอการเติบโต ซึ่งมักเกิดก่อนการลดกำลังคนจริง ๆ

 

2. งบประมาณถูกคุมเข้ม สวัสดิการถูกยกเลิก

การตัดงบประมาณฝึกอบรม งานสัมมนา สิทธิสวัสดิการ หรือแม้แต่การงดเลี้ยงพนักงาน มักเป็นมาตรการคุมรายจ่ายในองค์กรที่มีแนวโน้มจะพิจารณาเลย์ออฟในไม่ช้า

 

3. ความรับผิดชอบงานของคุณเริ่มลดลง

หากคุณสังเกตว่าผลงานหรือโปรเจกต์สำคัญถูกย้ายไปให้เพื่อนร่วมทีมทำแทน นั่นอาจหมายความว่าคุณอาจกำลังลดความสำคัญภายในองค์กร เป็นหนึ่งในสัญญาณอันตรายว่าคุณกำลังเสี่ยงโดนเลย์ออฟอยู่

 

4. หัวหน้าหรือเจ้านายพูดถึงต้นทุนและประสิทธิภาพในการทำงานบ่อยขึ้น

เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้บริหารเริ่มพูดในทำนองว่า “ต้องคุมต้นทุนให้แคบลงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น” อาจเป็นการเตือนว่าองค์กรกำลังพิจารณาปรับโครงสร้างพนักงานใหม่ และต้องการจะลดจำนวนคนในอนาคต

 

5. ผลงานไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับผลงานของเพื่อนร่วมงานหรือบริษัทคู่แข่ง

แค่ทำหน้าที่ได้โดยไม่ผิดพลาด อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะองค์กรส่วนใหญ่มักเลือกเก็บผู้ที่มีผลงานโดดเด่น มีตัววัดผลลัพธ์เชิงตัวเลข หรือสร้าง Impact ให้ทีมเอาไว้ก่อน หากงานของคุณยังดูทั่วไป แม้จะไม่มีข้อผิดพลาด ก็ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะโดนเลิกจ้างได้เช่นกัน

 

6. งานที่ทำทดแทนได้ด้วย AI หรือระบบอัตโนมัติ

หนึ่งในสัญญาณที่อันตรายไม่แพ้กัน คืองานที่ทำเหมือนเดิมซ้ำ ๆ หรืองานที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะสูง มีโอกาสถูก AI หรือระบบอัตโนมัติทดแทนได้ ทำให้ตำแหน่งงานเหล่านี้มักเป็นเป้าหมายแรก ๆ ที่จะโดนเลย์ออฟ เมื่อบริษัทต้องการลดต้นทุนและปรับตัวตามเทคโนโลยี

 

7. การปรับลดชั่วโมงการทำงาน

หากบริษัทเริ่มลดชั่วโมงการทำงานของพนักงาน ให้เลิกงานเร็วขึ้น หรือปรับวันทำงานให้ลดลง อาจบ่งชี้ถึงปัญหาทางการเงินหรือองค์กรมีแนวโน้มปรับโครงสร้างในระยะเวลาอันใกล้ 

 

แม้สัญญาณเหล่านี้จะไม่ได้หมายความว่าคุณจะโดนเลย์ออฟทันที แต่การสังเกตตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณวางแผนล่วงหน้า เช่น อัปสกิล เรียนรู้ทักษะใหม่ หรือปรับแนวทางอาชีพ เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในจุดที่หมดทางเลือกเมื่อเกิดสถานการณ์จริง

 

 

โดนเลย์ออฟกะทันหัน รับมืออย่างไรให้ชีวิตไปต่อได้ ?

การโดนเลย์ออฟกะทันหันอาจทำให้ชีวิตสะดุด แต่การรับมืออย่างมีระบบจะช่วยให้คุณสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี โดยคุณสามารถเตรียมตัวรับมือได้ด้วยแนวทางง่าย ๆ เหล่านี้

 

1. ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและการรับเงินชดเชย

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 ระบุไว้ว่าพนักงานที่โดนเลย์ออฟ มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากนายจ้าง โดยจำนวนค่าชดเชยจะขึ้นอยู่กับอายุงานเป็นหลัก ดังนี้

  • ทำงาน 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี ได้รับค่าชดเชย 30 วัน
  • ทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี ได้รับค่าชดเชย 90 วัน
  • ทำงานครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี ได้รับค่าชดเชย 180 วัน
  • ทำงานครบ 6 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับค่าชดเชย 240 วัน
  • ทำงานครบ 10 ปีแต่ไม่ครบ 20 ปี ได้รับค่าชดเชย 300 วัน
  • ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้รับค่าชดเชย 400 วัน

 

2. รับสิทธิผู้ประกันตนกรณีว่างงานเพื่อรับเงินจากประกันสังคม

หากคุณเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของประกันสังคมแล้วโดนเลย์ออฟ สามารถรับเงินชดเชยการว่างงานจากสำนักงานประกันสังคมได้ตามเงื่อนไข

  • ส่งเงินสมทบประกันสังคมมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนถูกเลิกจ้าง
  • ว่างงานจริง ตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป
  • ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงานกับกรมจัดหางานภายใน 30 วัน นับจากวันที่ถูกเลิกจ้าง
  • รายงานตัวตามกำหนด อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ผ่านระบบออนไลน์
  • มีความสามารถและพร้อมทำงาน ไม่ปฏิเสธงานหรือการฝึกงานที่เหมาะสม
  • ไม่ถูกเลิกจ้างจากความผิดร้ายแรง เช่น ทุจริต ละทิ้งหน้าที่ ฝ่าฝืนระเบียบร้ายแรง หรือถูกจำคุก
  • ยังไม่ถึงสิทธิรับบำนาญหรือเงินชราภาพจากประกันสังคม
  • ได้รับเงินทดแทนระหว่างว่างงานไม่เกิน 180 วันต่อปี โดยจะได้รับเงิน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย คำนวณจากฐานเงินเดือนที่ใช้ส่งประกันสังคม ขั้นต่ำ 1,650 บาท สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท 

 

3. รีบหางานใหม่หรืออัปสกิลเพื่อเพิ่มโอกาสในการหางาน

ทันทีที่คุณรู้ว่าตัวเองโดนเลย์ออฟ อย่ามัวแต่ตกใจจนลืมหางานใหม่ เริ่มจากการปรับปรุง Resume ให้ทันสมัยที่สุด เน้นนำเสนอทักษะการทำงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเป็นที่ต้องการของตลาด ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ทักษะเฉพาะเพิ่มเติม เช่น การใช้โปรแกรมใหม่ ๆ หรือการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพของคุณ และหากมีโอกาส อาจพิจารณาสมัครงานในสาขาที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์เดิม เพื่อเพิ่มโอกาสได้รับการคัดเลือกมากขึ้น

 

4. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการการเงินในช่วงที่ไม่มีรายได้อย่างมั่นคง ลองตรวจสอบงบประมาณประจำเดือนและตัดสินใจลดค่าใช้จ่ายบางส่วนออก เช่น การซื้อของฟุ่มเฟือย การใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง และเน้นใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันเป็นหลัก เพื่อให้มีเงินสดเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตระหว่างหางานใหม่

 

5. ทำอาชีพอิสระที่สร้างรายได้ได้แบบไม่มีเพดาน

เมื่อรายได้ประจำสะดุด การมีอาชีพอิสระที่ต่อยอดรายได้ได้จริง เช่น การเป็นตัวแทนประกันชีวิต ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยสร้างรายได้แบบไม่จำกัดเพดาน อีกทั้งหากมีความตั้งใจจริง และหมั่นศึกษาหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสายงาน ความมั่นคงทางการเงินก็จะค่อย ๆ ฟื้นคืนได้เร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ตัวแทนประกันมีเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี Insurtect หรือระบบสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมอย่าง AIA Smart Network ซึ่งเป็นโครงการเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนและสถานพยาบาลของรัฐที่ร่วมมือกับเอไอเอ เพื่อยกระดับการรักษาให้มีประสิทธิภาพขึ้น ลดปัญหาด้านการเคลม และช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนเกินได้อย่างเหมาะสม

 

อย่ารอให้การงานถึงทางตัน สร้างประตูหนีไฟให้รายได้และก้าวสู่ความมั่งคั่งระยะยาวด้วยการทำงานที่ปรึกษาทางการเงินหรือสมัครตัวแทนประกันชีวิต AIA กับ Money Adwise พร้อมเรียนรู้และทำงานร่วมกับนักวางแผนการเงินคุณวุฒิ CFP® ในการสร้างแผนการเงินที่มั่นคงและยั่งยืน รวมทั้งสร้างรายได้เสริมให้ตัวเองแบบไร้ขีดจำกัด สมัครตัวแทนประกันชีวิตวันนี้ที่เว็บไซต์ หรือปรึกษาเราเพื่อเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในสายงานที่ปรึกษาทางการเงินด้เลย

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. หมวด ๑๑ ค่าชดเชย (มาตรา ๑๑๘ - ๑๒๒). สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 จาก https://www.drthawip.com/laborlaw/015 
  2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไข สำหรับการได้รับสิทธิผู้ประกันตนกรณีว่างงาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 จาก https://www.doe.go.th/prd/ubon/news/param/site/125/cat/7/sub/0/pull/detail/view/detail/object_id/68635 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการโดนเลย์ออฟ (FAQs)

Q : การเลย์ออฟมักเกิดขึ้นกับพนักงานระดับใดมากที่สุดในองค์กร ?

A : การเลย์ออฟมักเกิดกับตำแหน่งที่ต้นทุนสูง ผลลัพธ์วัดยาก หรือเนื้องานสามารถใช้เทคโนโลยีทดแทนได้

 

Q : ถ้าองค์กรยังไม่ขาดทุน พนักงานมีโอกาสโดนเลย์ออฟไหม ?

A: มีโอกาส หากบริษัทต้องการปรับโครงสร้าง ลดต้นทุนล่วงหน้า หรือเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

 

Q : การอัปสกิลควรเริ่มจาก Hard Skill หรือ Soft Skill ก่อน ?

A: ควรเริ่มจาก Hard Skill ที่ตลาดต้องการ แล้วเสริม Soft Skill เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน

 

Q : หากโดนเลย์ออฟ ต้องขอเอกสารอะไรจากฝ่ายบุคคลบ้าง ?

A: หนังสือเลิกจ้าง หนังสือรับรองการทำงาน และเอกสารค่าชดเชย เพื่อใช้ยื่นสิทธิรับเงินชดเชยและสมัครงานใหม่

 

Q: การวางแผนการเงินหลังโดนเลิกจ้างควรโฟกัสเรื่องใดก่อน ?

A: สภาพคล่อง เงินสดสำรอง และรายได้ใหม่ เมื่อมีงานใหม่รองรับแล้ว จึงค่อยพิจารณาการลงทุนหรือความเสี่ยงอื่นเพิ่มเติม

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้