เหลือเงิน 5000 บาท ลงทุนอะไรดี?

เหลือเงิน 5000 บาท ลงทุนอะไรดี?

List of Content

ผู้เขียน รัฐพล วชิรเมฆากุล CFP®

เหลือเงินเดือนละ 5,000 บาท…ลงทุนอะไรดี

ในการวางแผนการเงินนั้น การจัดลำดับเป้าหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุน ในที่นี้จะใช้เครื่องมือลงทุนหลักๆเป็นกองทุนรวมนะ เพราะเหมาะกับคนส่วนใหญ่ เข้าถึงได้ง่าย มีการกระจายความเสี่ยงที่พอใช้ได้

ในการวางแผนการเงินส่วนบุคคลโดยมาตรฐานนั้นมีลำดับดังนี้

1.สภาพคล่องสำรองฉุกเฉิน

(พอร์ตแรกที่ทุกคนต้องมี)

ควรมีอย่างน้อย 3-12 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน เผื่อไว้กรณีฉุกเฉินเช่น รายได้ลดลง ตกงาน การเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุที่ต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน การลงทุนที่เหมาะสมต้องเป็นสินค้าการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมากๆ และต้องมีสภาพคล่องสูงๆ เช่น เงินฝากออมทรัพย์ กองทุนตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นๆ สำคัญคือต้องมีการทบทวนสภาพคล่องฉุกเฉินให้เหมาะสมอยู่สม่ำเสมอ ผลตอบแทนคาดการณ์สัก 1%-2%

2.การป้องกันความเสี่ยง

(หาเงินมาได้แล้วอย่าให้มันเสียไปกับเรื่อโง่ๆที่เรารู้ว่ามีโอกาสเกิดได้อยู่แล้ว)

กองทุนสภาพคล่องฉุกเฉินมันรับได้แค่ความเสี่ยงเล็กๆน้อยๆ ถ้าเป็นความเสี่ยงใหญ่ๆต้องอาศัยการบริหารความเสี่ยงด้วยการวิเคราะห์โดยคำนึงเรื่องโอกาสในการเกิด และความสูญเสียว่ามีมากน้อยแค่ไหนในแต่ละความเสี่ยง และเลือกวิธีการซึ่งมี 4 แนวทางคือ เลี่ยงความเสี่ยง(โอกาสสูง สูญเสียมาก) ลด/ควบคุมความเสี่ยง(โอกาสสูง สูญเสียน้อย) ถ่ายโอนความเสี่ยง(โอกาสต่ำ สูญเสียมาก) รับความเสี่ยงไว้เอง(โอกาสต่ำ สูญเสียน้อย) สินค้าการเงินที่อยู่ในหมวดนี้คือ ประกันประเภทต่างๆสำหรับวิธีถ่ายโอนความเสี่ยง ส่วนวิธีอื่นๆก็อาจเป็นการกันเงินเก็บไว้เอง ปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงความเสี่ยง ผลตอบแทนคาดการณ์น่ะหรอ…ไม่ใช่ประเด็น

3.การลงทุนระยะสั้น

(ลงทุนสั้น อย่าเล่นท่ายาก และจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่)

การลงทุนระยะสั้นเหมาะกับเป้าหมายทางการเงินในช่วงไม่เกิน 1-3 ปี เช่น ดาวน์รถ/บ้าน เรียนต่อป.โท ซื้อมือถือ/กล้องถ่ายรูปใหม่ ซื้อคอมพ์ใหม่ ฯลฯ ซึ่งจะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากไม่ได้ เน้นความปลอดภัยของเงินต้น ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากทั่วไป และมีสภาพคล่องพอสมควร เครื่องมือการลงทุนที่เหมาะ เช่น เงินฝากประจำ สลากออมสิน สลากธกส. กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น-กลาง ผลตอบแทนคาดการณ์ประมาณ 2%-3%

4.การลงทุนระยะกลาง

(ไม่คุ้นกับการลงทุนหุ้น มาทางนี้)

เหมาะกับเป้าหมายระยะเวลา 3-7 ปี หรือคนอยากเรียนรู้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง(หุ้น) จากประสบการณ์ที่เคยจัดสัดส่วนการลงทุน และจากกองทุนรวมฯผสมในไทยเราสามารถคาดหวังผลตอบแทน(แบบไม่เว่อร์)ได้เฉลี่ยประมาณ 4% – 6% ต่อปี หน้าตาพอร์ตการลงทุนระยะกลางมี 2 ส่วนหลักๆคือสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงเพื่อดึงผลตอบแทนของพอร์ตให้สูงขึ้น และส่วนที่ลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเพื่อควบคุมความเสี่ยงรวมของพอร์ต สัดส่วนคร่าวๆประมาณ 50% : 50%

5.การลงทุนระยะยาว

(ทางออกของคนอยากได้ผลตอบแทนสูง)

ยาวๆไม่ชอบเลย กว่าจะได้ใช้เงิน ทำไมต้องยาว…จะบอกว่าถ้าคุณอยากได้ผลตอบแทนดีๆ แต่ไม่อยากขาดทุน การให้ระยะเวลาลงทุนนานๆนี่แหละทางออกที่ใช่เลย เป้าหมายระยะยาว เช่น กองทุนเกษียณ สร้างมรดก หรือเงินเหลืออยากใช้มันทำงาน เป้าทั้งหมดนี้น่าจะเกิน 7 ปีขึ้นไป สัดส่วนการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมีได้ตั้งแต่ 70%-90% ของพอร์ตเลย บางคนหุ้น 100% ก็ได้นะ ผลตอบแทนคาดหวังก็พอหวังตั้งแต่ 7%-12% ต่อปี ลงทุนหุ้นเยอะเสี่ยงมากมั้ย…เสี่ยง แต่การทยอยลงทุน และให้เวลากับเงินของเราในการทำงาน ในทางสถิติแล้วช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้มาก โอกาสขาดทุนก็ลดลง

ฝากไว้ให้คิดแถมท้าย…Key Success Factor ที่จะกำหนดผลตอบแทนการลงทุนในระยะยาวของคุณ คือ การจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน ไม่ใช่การจับจังหวะ

Author

Ratthapon Washiramekhakun
Ratthapon Washiramekhakun

นักวางแผนการเงิน CFP ผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนการเงินองค์รวม วางแผนการลงทุน และแผนเกษียณ มีประสบการณ์หลายปีในการให้คำปรึกษา

นัดปรึกษาครั้งแรกเพื่อ
รับฟังรายละเอียดบริการ
(ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

พูดคุยผ่าน Zoom Meeting
ระยะเวลาประมาณ 1 ชม.

เพียงกรอกข้อมูลให้ครบ
แล้วเราจะติดต่อกลับเพื่อนัดหมาย

















ฉันรับทราบและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว