คู่มือเลือกลงทุน Unit Linked vs กองทุนรวม ฉบับเข้าใจง่าย

คู่มือเลือกลงทุน Unit Linked vs กองทุนรวม ฉบับเข้าใจง่าย

List of Content

สรุปสาระสำคัญ

Unit Linked และกองทุนรวม ต่างเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ใช้ขับเคลื่อนความมั่งคั่งแต่มีจุดประสงค์หลักต่างกันอย่างชัดเจน โดย Unit Linked เปรียบเสมือน “แพ็กเกจบริหารจัดการความเสี่ยงแบบครบวงจร” ที่เน้นการปกป้องความมั่งคั่งควบคู่กับการลงทุน เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเสาหลักครอบครัวและต้องการสร้างหลักประกันชีวิตก้อนใหญ่ทันทีพร้อมความสะดวกสบายในการจัดการ ในขณะที่กองทุนรวมคือเครื่องมือที่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตของเงินทุนสูงสุดแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายเกษียณอายุ มีวินัยในการบริหารพอร์ตด้วยตนเอง และจัดการความเสี่ยงด้านชีวิตไว้ดีแล้ว การเลือกเครื่องมือที่ใช่จึงต้องกลับมาดูที่เป้าหมายว่า ณ ปัจจุบัน คุณต้องการให้น้ำหนักกับ “ความคุ้มครองชีวิต” หรือ “ผลตอบแทนจากการลงทุน” มากกว่ากัน

เมื่อพูดถึงการวางแผนการเงินระยะยาวและการสร้างความมั่งคั่ง คำถามยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นเสมอคือ “ควรนำเงินไปลงทุนในอะไรดี ?” ระหว่าง ประกันชีวิตควบการลงทุน Unit Linked ที่ได้ทั้งความคุ้มครองและโอกาสรับผลตอบแทน กับ กองทุนรวม (Mutual Fund) ที่เน้นการลงทุนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย อีกทั้งผลิตภัณฑ์ทั้งสองประเภทยังมีโครงสร้าง จุดเด่น และข้อจำกัดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การทำความเข้าใจกลไกของทั้ง Unit Linked และกองทุนรวมอย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้คุณสามารถจัดสรรเงินออมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

ดังนั้นในบทความนี้ จะขอพาไปเปรียบเทียบให้เห็นภาพกันอย่างรอบด้านว่า Unit Linked vs กองทุนรวม ต่างกันอย่างไร เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินได้อย่างแท้จริง

เจาะลึกประกันชีวิตควบการลงทุน Unit Linked

ประกัน Unit Linked (ยูนิตลิงค์) หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นการผสมผสานระหว่าง “ความคุ้มครองชีวิต” กับ”โอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวม” เข้าไว้ด้วยกันในกรมธรรม์เดียว

จุดเด่นที่แตกต่างจากประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ทั่วไปคือประกัน Unit Linked ไม่มีการรับประกันมูลค่ากรมธรรม์ ผลตอบแทนที่ได้จะผันผวนขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่ผู้เอาประกันภัยได้เลือกจัดพอร์ตไว้

โครงสร้างเบี้ยประกันภัยของ Unit Linked

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง จำเป็นต้องผ่าโครงสร้างของเงินทุกบาทที่จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยเข้าไป ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้ 

  1. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ (Policy Fee / Admin Fee) : เป็นค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าดูแลรักษากรมธรรม์ ซึ่งมักจะเรียกเก็บในอัตราที่สูงในช่วงปีแรก ๆ ของการทำสัญญา
  2. ค่าการประกันภัย (Cost of Insurance – COI) : คือต้นทุนที่จ่ายเพื่อซื้อความคุ้มครองชีวิต ยิ่งเลือกความคุ้มครองสูง ค่า COI ก็จะยิ่งแพง และที่สำคัญคือ ค่า COI จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามอายุของผู้เอาประกันภัยที่มากขึ้น
  3. ส่วนที่นำไปลงทุน (Investment Portion) : หลังจากหักค่าใช้จ่ายในข้อ 1 และ 2 แล้ว เงินส่วนที่เหลือทั้งหมดจะถูกนำไปซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมตามสัดส่วนที่ได้เลือกไว้

ข้อดีของประกัน Unit Linked

  • ความยืดหยุ่นสูง : สามารถปรับลดหรือเพิ่มทุนประกันได้ตามช่วงชีวิต เช่น ช่วงสร้างครอบครัวต้องการทุนประกันสูง ช่วงเกษียณต้องการทุนประกันต่ำ เป็นต้น รวมถึงสามารถหยุดพักชำระเบี้ยฯ ได้ หากมูลค่าหน่วยลงทุนในพอร์ตมีมากพอที่จะนำมาจ่ายค่า COI
  • โอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่า : เมื่อเทียบกับประกันแบบดั้งเดิม เงินส่วนที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตตามสภาวะตลาด
  • ความสะดวกสบาย : บริหารจัดการทั้งเรื่องการป้องกันความเสี่ยงและการลงทุนได้ในแพลตฟอร์มเดียว

ข้อควรระวังของประกัน Unit Linked

  • ค่าธรรมเนียมในช่วงแรกค่อนข้างสูง : เงินเบี้ยประกันภัยในปีแรก ๆ จะถูกหักเป็นค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ทำให้เหลือเงินไปลงทุนจริงเพียงส่วนน้อย มูลค่าพอร์ตในช่วงแรกจึงอาจยังไม่เติบโตเท่าที่ควร
  • ความเสี่ยงที่กรมธรรม์จะขาดอายุ : หากผลการดำเนินงานของกองทุนขาดทุนหนัก หรือผู้ลงทุนหยุดพักชำระเบี้ยฯ นานเกินไปจนมูลค่าหน่วยลงทุนไม่เหลือพอที่จะจ่ายค่า COI กรมธรรม์จะสิ้นสุดความคุ้มครองทันที

เจาะลึกกองทุนรวม

กองทุนรวม (Mutual Fund) คือการระดมเงินทุนจากนักลงทุนจำนวนมาก แล้วนำเงินไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และผู้จัดการกองทุนมืออาชีพจะนำเงินเหล่านั้นไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรืออสังหาริมทรัพย์ ตามนโยบายที่หนังสือชี้ชวนระบุไว้ 

สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่โดดเด่น

กองทุนรวมบางประเภทถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวพร้อมให้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักลงทุนอย่างมาก ได้แก่

  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) : เน้นการวางแผนเกษียณอายุ ต้องลงทุนต่อเนื่องและถือครองจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์
  • กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) : เน้นลงทุนในธุรกิจที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลในประเทศไทย

ข้อดีของกองทุนรวม

  • เงินลงทุนเต็มเม็ดเต็มหน่วย : เงินลงทุนเกือบทั้งหมดจะถูกนำไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนโดยตรง
  • ทางเลือกที่หลากหลายระดับโลก : มีนโยบายการลงทุนให้เลือกนับพันกองทุน ตั้งแต่สินทรัพย์เสี่ยงต่ำอย่างตลาดเงิน ไปจนถึงหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ หรือกองทุนเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม
  • สภาพคล่องสูง : สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ ยกเว้นกองทุนประหยัดภาษีที่มีเงื่อนไขเวลา และใช้เงินเริ่มต้นลงทุนจำนวนน้อยมาก

ข้อควรระวังของกองทุนรวม

  • ไม่มีความคุ้มครองชีวิต : หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ครอบครัวจะได้รับเพียงแค่มูลค่าหน่วยลงทุนที่เหลืออยู่เท่านั้น ไม่ได้มีเงินก้อนมอบให้เหมือนประกันชีวิต
  • ต้องบริหารภาพรวมพอร์ตด้วยตัวเอง : แม้จะมีผู้จัดการกองทุนคอยวิเคราะห์และเลือกซื้อสินทรัพย์รายตัวให้ในแต่ละกองทุน แต่ในภาพรวม ผู้ลงทุนยังต้องคอยแบ่งสัดส่วนเงินลงทุน และต้องมีวินัยจัดสรรเวลามาตรวจสอบพอร์ตเพื่อปรับสมดุลเมื่อสัดส่วนการลงทุนผิดเพี้ยนไปจากเป้าหมาย ซึ่งจุดนี้จะต่างจาก Unit Linked ที่มักมีระบบปรับสมดุลพอร์ตให้อัตโนมัติตามความเสี่ยงที่เลือกไว้ตั้งแต่แรก

เปรียบเทียบรอบด้าน : Unit Linked vs กองทุนรวม

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุดในการนำไปประกอบการตัดสินใจ ตารางด้านล่างนี้คือการเปรียบเทียบ Unit Linked vs กองทุนรวม อย่างรอบด้าน

ปัจจัยเปรียบเทียบUnit Linked (ประกันชีวิตควบการลงทุน)กองทุนรวม (Mutual Fund)
เป้าหมายหลักป้องกันความเสี่ยง คุ้มครองชีวิต + สร้างผลตอบแทนสร้างผลตอบแทนให้เงินงอกเงยเป็นหลัก
สัดส่วนเงินลงทุนหักค่าใช้จ่ายประกันและค่าดำเนินการก่อน ที่เหลือจึงลงทุนเงินเกือบ 100% ถูกนำไปลงทุน หักเพียงค่าธรรมเนียม บลจ. เท่านั้น
ความคุ้มครองชีวิตมีทุนประกันชีวิตที่สูง ไม่มี 
สิทธิประโยชน์ทางภาษีลดหย่อนได้เฉพาะส่วนของ “ค่าการประกันภัย” สูงสุด 100,000 บาทลดหย่อนได้เต็มจำนวนที่ลงทุนผ่าน RMF / Thai ESG ตามเกณฑ์กรมสรรพากร
ระยะเวลาการลงทุนระยะยาวมาก 10-20 ปีขึ้นไป เพื่อให้คุ้มทุนจากค่าธรรมเนียมแรกเข้าเลือกได้ตั้งแต่ระยะสั้นถึงระยะยาว
ผู้ชายดีใจที่ได้ผลตอบแทนจากกองทุนรวม

เลือกลงทุนอย่างไรให้ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของคุณ ?

ไม่มีเครื่องมือใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน มีเพียงเครื่องมือที่ “เหมาะสมที่สุด” กับเป้าหมายและบริบททางการเงินของแต่ละคน ดังนี้ 

คนที่เหมาะสมกับการลงทุนประกัน Unit Linked

  • ผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว มีภาระหนี้สิน และต้องการสร้างมรดกเงินก้อนใหญ่ในทันทีหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
  • ผู้ที่ต้องการให้เงินส่วนที่จ่ายเป็นค่าประกัน มีโอกาสเติบโตชนะเงินเฟ้อในระยะยาว
  • ผู้ที่ไม่มีเวลาบริหารพอร์ตแยกกัน ต้องการความสะดวกในการจัดการทั้งประกันภัยและการลงทุนในที่เดียว และตั้งใจจะถือครองสัญญาระยะยาว 

คนที่เหมาะสมกับการลงทุนกองทุนรวม

  • ผู้ที่ต้องการเน้นสร้างความมั่งคั่งให้เงินเติบโตอย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด
  • ผู้ที่จัดการความเสี่ยงด้านชีวิตไว้ดีแล้ว เช่น มีประกันชีวิตแบบดั้งเดิมเพียงพอแล้ว
  • ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มรูปแบบผ่าน RMF หรือ Thai ESG
  • ผู้ที่มีวินัยทางการเงินและมีความรู้เบื้องต้นในการจัดพอร์ตและปรับสมดุลการลงทุนด้วยตนเอง

กลยุทธ์ทางเลือก : ซื้อประกันแบบจ่ายทิ้ง แล้วนำเงินส่วนต่างไปลงทุน

สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุดและยอมเสียเวลาบริหารจัดการพอร์ตด้วยตนเอง มีอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ที่ปรึกษาทางการเงินมักแนะนำ นั่นก็คือการเลือกซื้อประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance) ซึ่งให้ความคุ้มครองชีวิตสูงมากแต่มักมีเบี้ยประกันภัยที่ถูกที่สุด แต่จะเป็นเบี้ยฯ แบบจ่ายทิ้ง ไม่มีมูลค่าสะสม

หลังจากจ่ายเบี้ยประกันภัยแบบ Term Life แล้ว ให้นำ “เงินส่วนต่าง” ที่เหลือ ไปลงทุนในกองทุนรวม โดยตรง วิธีนี้จะทำให้ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิตที่สูงเพียงพอต่อความเสี่ยง ในขณะเดียวกันเงินลงทุนก็ไม่ถูกหักค่าธรรมเนียมแรกเข้าของประกัน ทำให้เงินต้นได้ทำงานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในตลาดทุน แต่อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้ต้องการวินัยที่เคร่งครัดในการนำเงินส่วนต่างไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

ท้ายที่สุด การจัดพอร์ตการเงินที่ดีควรมีความสมดุลระหว่าง “การปกป้องความมั่งคั่ง” และ “การสร้างความมั่งคั่ง” ไม่ว่าจะเลือกประกัน Unit Linked หรือ กองทุนรวม สิ่งสำคัญคือการเข้าใจสินทรัพย์ที่ตัวเองถือครองอย่างแท้จริง

ออกแบบกรมธรรม์ Unit Linked ที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายชีวิตไปกับ Money Adwise

การสร้างสมดุลระหว่าง “ความมั่นคง” และ “ความมั่งคั่ง” คือหัวใจสำคัญของการวางแผนการเงินที่ยั่งยืน หากบทสรุปจากเป้าหมายของคุณคือการปกป้องคนที่รักไปพร้อมกับการเปิดโอกาสให้เงินทำงาน ประกันยูนิตลิงค์ จาก AIA อาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ตของคุณได้อย่างลงตัว Money Adwise พร้อมช่วยคุณก้าวข้ามความซับซ้อนของเงื่อนไขกรมธรรม์และการเลือกกองทุน ด้วยบริการให้คำปรึกษาทำประกันยูนิตลิงค์ AIA โดยทีมนักวางแผนการเงินคุณวุฒิ CFP® และผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต 

เริ่มต้นสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นได้แล้ววันนี้ ลงทะเบียนเพื่อนัดหมายรับคำปรึกษาครั้งแรกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมผู้เชี่ยวชาญโดยตรงผ่านทาง LINE Official: @MoneyAdwise

ข้อมูลอ้างอิง

  1. All You Need To Know About Unit-Linked Insurance Plan (ULIP). สืบค้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569. จาก https://www.forbes.com/advisor/in/life-insurance/ulip/
  2. What Are Mutual Funds? . สืบค้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569. จาก https://www.investopedia.com/terms/m/mutualfund.asp

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกลงทุนระหว่าง Unit Linked และกองทุนรวม (FAQs)

Q: หากขาดสภาพคล่อง สามารถหยุดพักการจ่ายเงินใน Unit Linked หรือกองทุนรวมได้หรือไม่ ?

A: กองทุนรวมทั่วไปสามารถหยุดลงทุนได้ทันทีโดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ยกเว้นกองทุนประหยัดภาษีอย่าง RMF ที่ต้องลงทุนต่อเนื่อง ส่วน Unit Linked สามารถใช้สิทธิหยุดพักชำระเบี้ย (Premium Holiday) ได้ โดยความคุ้มครองชีวิตจะยังมีผลบังคับตราบใดที่มูลค่าหน่วยลงทุนในพอร์ตยังเหลือเพียงพอให้บริษัทหักค่าการประกันภัย และค่าธรรมเนียมรักษากรมธรรม์

Q: การสับเปลี่ยนกองทุน (Switching) ใน Unit Linked มีข้อได้เปรียบกว่าการซื้อกองทุนรวมโดยตรงอย่างไร ?

A: การสับเปลี่ยนกองทุนภายใต้กรมธรรม์ Unit Linked มักจะได้รับสิทธิยกเว้นค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยน ตามจำนวนครั้งที่บริษัทกำหนดในแต่ละปี นอกจากนี้ ยังช่วยลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการเพราะทำผ่านแพลตฟอร์มเดียว ในขณะที่การสับเปลี่ยนกองทุนรวมข้าม บลจ. ด้วยตนเอง มักจะมีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้นทุกครั้ง

Q: หากต้องการใช้เงินฉุกเฉิน การถอนเงินจาก Unit Linked แตกต่างจากกองทุนรวมอย่างไร ?

A: กองทุนรวมทั่วไปสามารถสั่งขายและรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ภายใน 1-5 วันทำการตามเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ส่วน Unit Linked ก็สามารถสั่งขายหน่วยลงทุนเพื่อถอนเงินบางส่วนออกมาใช้ได้เช่นกัน แต่อาจมีค่าธรรมเนียมการถอนหากทำรายการในช่วงปีแรก ๆ ของกรมธรรม์ และต้องระวังไม่ให้ถอนออกมากเกินไปจนมูลค่าพอร์ตไม่เหลือพอจ่ายค่าประกันภัย ซึ่งจะทำให้กรมธรรม์ขาดอายุ

Q: หากต้องการวางแผนการเงินเพื่ออนาคตของบุตร ควรเลือกเครื่องมือไหน ?

A: ขึ้นอยู่กับความต้องการหลัก หากพ่อแม่ต้องการสร้าง “กองทุนการศึกษา” ควบคู่ไปกับ “ความคุ้มครองชีวิตผู้จ่ายเบี้ย” Unit Linked จะตอบโจทย์ เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับพ่อแม่ เด็กจะได้รับทุนประกันก้อนใหญ่ไปเรียนต่อทันที แต่หากพ่อแม่มีการทำประกันชีวิตแบบดั้งเดิมไว้เพียงพอแล้ว และต้องการเพียงให้เงินเก็บของลูกเติบโตเต็มที่ การซื้อกองทุนรวมจะทำให้เงินต้นได้ทำงานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า

Author

Money Adwise Team
Money Adwise Team

ที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุน เพื่อเป้าหมายการเงินทุกระยะ เปลี่ยนการวางแผนการเงินที่ยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายด้วย ที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุน จาก Money Adwise

นัดปรึกษาครั้งแรกเพื่อ
รับฟังรายละเอียดบริการ
(ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

พูดคุยผ่าน Zoom Meeting
ระยะเวลาประมาณ 1 ชม.

เพียงกรอกข้อมูลให้ครบ
แล้วเราจะติดต่อกลับเพื่อนัดหมาย

















ฉันรับทราบและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว