Key takeaway:
ประกัน Unit Linked ไม่ใช่เพียงทางลัดสู่ผลตอบแทนสูง แต่คือเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ผสาน "ความคุ้มครอง" และ "การลงทุน" เข้าด้วยกัน หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเข้าใจศัพท์การลงทุนเพื่อรู้ถึงต้นทุนแฝงอย่างค่าการประกันภัย (COI) และสัดส่วนการลงทุน (Allocation Rate) ที่ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าพอร์ตในระยะยาว นอกจากนั้น การตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดจึงไม่ใช่การเลือกแบบประกันที่ผลตอบแทนคาดการณ์สวยหรู แต่คือการเลือกกรมธรรม์ที่คุณอ่านเกมขาด เข้าใจเงื่อนไข และตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตได้จริงโดยไม่ทำให้เงินต้นสูญหายระหว่างทาง โดยเมื่อเข้าใจกลไกเหล่านี้แล้ว Unit Linked จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นทั้งในด้านความยืดหยุ่นและการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อโจทย์ของหลายคนในยุคนี้คือการมองหาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ทั้ง "ความคุ้มครอง" และ "โอกาสรับผลตอบแทน" ไปพร้อมกัน “ประกันชีวิตควบการลงทุน” หรือที่เรียกกันติดปากว่า Unit Linked (Unit Linked Insurance Policy) จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะจุดเด่นของ Unit Linked คือความยืดหยุ่นที่คุณสามารถออกแบบสัดส่วนความคุ้มครองและการลงทุนได้เอง ตอบโจทย์ทั้งการสร้างความมั่งคั่ง และการส่งต่อมรดก
ทว่า ปัญหาคลาสสิกที่ผู้ทำประกันส่วนใหญ่ต้องเจอคือความซับซ้อนของตัวผลิตภัณฑ์ Unit Linked ที่เปรียบเสมือนลูกผสมระหว่างประกันชีวิตกับกองทุนรวมซึ่งมีกลไกภายในซ้อนทับกันอยู่ ซึ่งหากตัดสินใจซื้อโดยไม่ได้ทำความเข้าใจศัพท์การลงทุนที่ปรากฏในตารางผลประโยชน์ ก็มีโอกาสที่จะเข้าใจผิดเรื่องผลตอบแทนในอนาคต ดังนั้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถอ่านกรมธรรม์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง พร้อมกับเห็นถึงสิทธิประโยชน์สูงสุดที่จะได้รับ และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ บทความนี้จะมาอธิบาย 9 คำศัพท์ที่ควรรู้ในการลงทุน ก่อนจรดปากกาเซ็นชื่อลงในกรมธรรม์ Unit Linked
เริ่มต้นที่ศัพท์การลงทุนพื้นฐานที่สุดอย่าง Unit Linked (ย่อมาจาก Unit Linked Insurance Policy) ที่หมายถึง "กรมธรรม์ประกันชีวิต" ที่นำเบี้ยประกันภัยส่วนหนึ่งไป "ลงทุน" ดังนั้น Unit Linked จึงไม่ใช่กองทุนรวมเพียว ๆ และไม่ใช่ประกันสะสมทรัพย์ที่การันตีเงินคืน แต่เป็นผลิตภัณฑ์ลูกผสมที่มอบ ความคุ้มครองชีวิต ควบคู่ไปกับโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวม
และเนื่องจากส่วนหนึ่งคือการลงทุน ผลตอบแทนจึง "ไม่การันตี" (Non-Guaranteed) มูลค่าบัญชีกรมธรรม์ของคุณจะขึ้นลงตามสภาวะตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุน หากกองทุนขาดทุน เงินต้นของคุณก็มีโอกาสลดลงได้เช่นกัน ไม่เหมือนประกันสะสมทรัพย์ที่ระบุตัวเลขเงินคืนชัดเจนตั้งแต่วันแรก แต่ข้อดีที่แลกมาคือ "โอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่า" อัตราดอกเบี้ยทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เงินออมของคุณสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว
ถ้าสงสัยไหมว่า “ทำไมจ่ายเบี้ยไป 100,000 บาท แต่เงินกลับเข้าไปอยู่ในกองทุนแค่ 60,000 - 70,000 บาท ?” คำตอบอยู่ที่คำว่า Allocation Rate ซึ่งเป็นอีกหนึ่งศัพท์การลงทุนที่ควรต้องรู้
Allocation Rate คือเปอร์เซ็นต์ของเบี้ยประกันภัยที่คุณจ่ายไป ที่จะถูกนำไปซื้อหน่วยลงทุนจริง ๆ โดยเฉพาะในช่วงปีแรก ๆ ของสัญญา สัดส่วนนี้มักจะน้อย เนื่องจากบริษัทประกันภัยต้องหัก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย (Acquisition Cost) ซึ่งรวมถึงค่านายหน้าตัวแทน ค่าการตลาด และค่าดำเนินการออกกรมธรรม์
ตัวอย่างเช่น:
การเข้าใจศัพท์การลงทุนคำว่า Allocation Rate จะช่วยให้คุณไม่ตกใจเมื่อเห็นมูลค่าบัญชีในปีแรก ๆ ว่าทำไมถึงต่ำกว่าเบี้ยที่จ่ายไป และเข้าใจว่านี่คือผลิตภัณฑ์ที่เน้นการถือครองระยะยาวเพื่อให้คุ้มทุน โดยเมื่อผ่านช่วงปีแรก ๆ ไปแล้ว เงินที่คุณจ่ายจะถูกนำไปลงทุนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และบางกรมธรรม์อาจมีโบนัสพิเศษบวกเพิ่มให้ ซึ่งจะช่วยสร้างพลังของดอกเบี้ยทบต้นให้พอร์ตของคุณเติบโตได้อย่างมหาศาล
COI คือค่าตัวของความคุ้มครองชีวิตที่คุณได้รับ หรือพูดง่าย ๆ คือ "เบี้ยทิ้ง" ที่คุณต้องจ่ายเพื่อแลกกับวงเงินมรดกหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งในประกันแบบ Unit Linked คุณจะไม่ได้จ่ายค่าเบี้ยทิ้งนี้เป็นก้อนเดียวตอนต้นปี แต่ระบบจะทำการ ขายคืนหน่วยลงทุน (Redeem) จากพอร์ตของคุณออกมาอัตโนมัติทุกเดือนเพื่อนำมาจ่ายค่า COI ที่ว่านี้
ข้อดีที่โดดเด่นของ Unit Linked คือมักจะให้ความคุ้มครอง (ทุนประกัน) ที่สูงกว่าประกันทั่วไปมากในจำนวนเบี้ยที่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ค่า COI คำนวณตามความเสี่ยงด้านอายุและเพศ ยิ่งคุณอายุมากขึ้น ค่า COI จะยิ่งแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด (Exponential Curve) หากผลตอบแทนจากการลงทุนทำได้ไม่ดีพอที่จะครอบคลุมค่า COI ที่สูงขึ้นในช่วงที่เรามีอายุมาก มูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนอาจลดลงจนหมดได้ ดังนั้น การวางแผน Unit Linked ที่ดีต้องคำนึงถึงโครงสร้าง COI ในระยะยาวด้วย เพื่อรักษาความคุ้มครองหลักล้านไว้ด้วยต้นทุนที่คุ้มค่าที่สุด
นอกจากค่าความคุ้มครอง (COI) แล้ว อีกหนึ่งรายจ่ายประจำที่กรมธรรม์จะหักจากเงินลงทุนของคุณคือ Administration Fee หรือค่าดูแลระบบและบริหารจัดการกรมธรรม์
ค่าใช้จ่ายนี้มักจะเป็นตัวเลขคงที่ (เช่น เดือนละ 50 บาท) หรือเป็นเปอร์เซ็นต์จากมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ โดยจะใช้วิธีการเดียวกับ COI คือการขายหน่วยลงทุนออกมาจ่ายเป็นรายเดือน แม้จะเป็นยอดเงินที่ดูไม่เยอะต่อเดือน แต่เมื่อรวมกันหลายสิบปีก็เป็นต้นทุนที่ไม่ควรมองข้าม อย่างไรก็ดี ค่าธรรมเนียมส่วนนี้ก็แลกมากับความสะดวกสบายในการมีผู้จัดการดูแลทั้งพอร์ตประกันและการลงทุนให้คุณเบ็ดเสร็จในบัญชีเดียว
ในกรมธรรม์ Unit Linked เล่มเดียว คุณอาจจะเจอช่องให้กรอกเบี้ยประกันภัยสองประเภทที่มีศัพท์การลงทุนแตกต่างกันไป รวมถึงมีผลต่อค่าธรรมเนียมที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ความน่าสนใจคือคุณมีอิสระในการออกแบบสัดส่วนนี้ได้ตามใจ โดยหากโจทย์ของคุณคือเน้นลงทุนมากกว่าความคุ้มครอง การออกแบบโครงสร้างให้ RPP ต่ำพอประมาณ และไปเพิ่มน้ำหนักที่ RSP/Top-Up อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า
ศัพท์การลงทุนคำนี้คุ้นหูนักลงทุนกองทุนรวมอยู่แล้ว โดย NAV คือราคาต่อหน่วยของกองทุนรวม ณ วันนั้น ๆ เมื่อบริษัทประกันภัยได้รับเบี้ยฯ จากคุณ และหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว เงินที่เหลือจะถูกนำไปหารด้วยราคา NAV เพื่อแปลงร่างออกมาเป็น "จำนวนหน่วย" (Units) ที่คุณถือครอง
จำนวนหน่วยที่ได้รับ = เงินเบี้ยประกันหลังหักค่าใช้จ่าย ราคา NAV ณ วันที่ลงทุน
จากสูตรข้างต้น ยิ่ง NAV ต่ำ (หุ้นตก) เงินเท่าเดิมจะซื้อหน่วยลงทุนได้มากขึ้น และเมื่อ NAV สูงขึ้น (หุ้นขึ้น) มูลค่าพอร์ตของคุณก็จะโตขึ้นตามจำนวนหน่วยที่มี ในอีกมุมหนึ่ง การทยอยจ่ายเบี้ยฯ ทุกปีจึงเปรียบเสมือนการทำ DCA (Dollar-Cost Averaging) อัตโนมัติ ที่ช่วยพลิกวิกฤตตลาดหุ้นตกให้เป็นโอกาสในการสะสมหน่วยลงทุนราคาถูกเพื่อรอการเติบโตในอนาคต

Fund Switching เป็นอีกหนึ่งคำศัพท์ที่ควรรู้ในการลงทุนประกัน Unit Linked โดยบอกถึงข้อดีด้าน “ความยืดหยุ่น” ที่เป็นจุดเด่นของ Unit Linked เพราะผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทนี้อนุญาตให้ Fund Switching หรือย้ายเงินจากกองทุน A ไปกองทุน B ได้
ตัวอย่างเช่น ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนหนัก คุณอาจสั่งสับเปลี่ยนกองทุนจาก "กองทุนหุ้น" ไปพักเงินไว้ใน "กองทุนตราสารหนี้" เพื่อลดความเสี่ยง และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็สับเปลี่ยนกลับมาได้ โดยส่วนใหญ่กรมธรรม์จะอนุญาตให้สับเปลี่ยนกองทุนได้ฟรี (หรือฟรีแบบจำกัดจำนวนครั้งต่อปี) ซึ่งต่างจากการขายกองทุนรวมปกติที่อาจมีค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน รวมถึงค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ทำให้คุณปรับพอร์ตรับมือกับทุกสถานการณ์เศรษฐกิจได้อย่างคล่องตัวโดยไม่สูญเสียผลกำไรไปกับค่าธรรมเนียม
อีกหนึ่งศัพท์การลงทุนที่มักถูกใช้เป็นจุดขายของประกัน Unit Linked คือ Premium Holiday หรือสิทธิในการ "หยุดจ่ายเบี้ย" ชั่วคราว โดยที่ความคุ้มครองชีวิตยังคงอยู่
เพราะในชีวิตจริงของคนเราอาจเกิดเหตุการณ์สะดุดทางการเงิน เช่น เปลี่ยนงาน ขาดรายได้ หรือต้องการนำเงินไปหมุนเวียนธุรกิจ สิทธินี้ถือเป็น "ตัวช่วยชีวิต" ที่ดีมาก เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยที่คุณและครอบครัวไม่ต้องเสียสิทธิความคุ้มครองหลักล้านไป อย่างไรก็ตาม เพื่อความเข้าใจอย่างรอบด้าน ผู้ทำประกันชีวิตควบการลงทุนก็ควรทราบด้วยว่า ในขณะที่คุณหยุดจ่ายเบี้ย ค่าใช้จ่ายในการคุ้มครอง (COI) และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยบริษัทจะทำการขายหน่วยลงทุนที่คุณสะสมไว้เดิมออกมาจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้
ด้วยเหตุนี้ หากคุณหยุดจ่ายนานเกินไป หรือช่วงที่หยุดจ่ายผลตอบแทนกองทุนติดลบ จนมูลค่าหน่วยลงทุนเหลือไม่พอจ่ายค่า COI กรมธรรม์จะ "ขาดอายุ" (Lapse) ทันที ซึ่งหมายความว่าความคุ้มครองทั้งหมดจะสิ้นสุดลง ดังนั้น Premium Holiday ควรใช้เมื่อจำเป็นฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น
สุดท้าย หากวันหนึ่งคุณรู้สึกว่า "ส่งต่อไม่ไหว" หรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนและต้องการยกเลิกสัญญา (ปิดเล่ม) ศัพท์การลงทุนที่ต้องรู้สำหรับช่วงเวลาดังกล่าวคือ Surrender Value หรือมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์
มูลค่าเวนคืนนี้จะคำนวณจาก :
สำหรับกรมธรรม์ Unit Linked ส่วนใหญ่ หากคุณเวนคืนกรมธรรม์ในปีแรก ๆ นอกจาก Allocation Rate ที่น้อยแล้ว คุณอาจโดนค่าปรับที่สูงมาก ทำให้เงินที่ได้คืนอาจน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไปมหาศาล แต่ในทางกลับกัน หากคุณมีวินัยในการถือครองระยะยาวและกองทุนเติบโตได้ดี มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์นี้อาจกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ตอบโจทย์วัยเกษียณของคุณได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดังนั้น Unit Linked จึงเป็นเครื่องมือที่ไม่เหมาะสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น แต่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหาความมั่นคงในระยะยาว
การเข้าใจศัพท์การลงทุนและกลไกของประกันชีวิตควบการลงทุนไม่ได้เป็นเพียงเกราะป้องกันทางการเงินให้ตัวเอง แต่ยังเป็นทักษะที่มีมูลค่าสูงในยุคปัจจุบัน หากคุณชื่นชอบการวิเคราะห์และต้องการเปลี่ยนความรู้การเงินให้เป็นอาชีพที่มั่นคง มาร่วมทีมกับ Money Adwise สมัครตัวแทนประกันชีวิตและตัวแทนประกันสุขภาพ AIA ออนไลน์ เพื่อทำงานร่วมกับทีมนักวางแผนการเงินคุณวุฒิ CFP® ที่พร้อมถ่ายทอดเทคนิคการวิเคราะห์เชิงลึกและการให้คำปรึกษาแบบมืออาชีพ ช่วยให้คุณสร้างรายได้ไร้ขีดจำกัดพร้อมอิสระในการบริหารเวลา เริ่มต้นเส้นทางที่ปรึกษาการเงินตัวจริงที่คุณกำหนดความสำเร็จได้เอง สมัครผ่านเว็บไซต์วันนี้ หรือทักมาคุยกับเราที่ LINE Official: @MoneyAdwise
ข้อมูลอ้างอิง
A : ไม่ได้เต็มจำนวน ลดหย่อนได้เฉพาะ "ส่วนที่เป็นค่าการประกันภัยและค่าธรรมเนียม" เท่านั้น ส่วนของเบี้ยประกันที่นำไปลงทุน (Investment Portion) จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยบริษัทประกันภัยจะออกหนังสือรับรองการชำระเบี้ยฯ ที่ระบุยอดเงินที่ใช้ลดหย่อนได้จริงมาให้ในแต่ละปี
A : ไม่แนะนำ เนื่องจากโครงสร้างของ Unit Linked มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ (Acquisition Cost) สูงในช่วงปีแรก ๆ ส่งผลให้ Allocation Rate ต่ำ หากเวนคืนกรมธรรม์ในระยะสั้น มักจะขาดทุนหรือได้เงินกลับคืนมาน้อยมาก จึงเหมาะกับการถือครองระยะยาว 10 ปีขึ้นไปมากกว่า
A : ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่ แม้จะไม่ได้จ่ายเบี้ยฯ เพิ่ม แต่ระบบจะทำการขายคืนหน่วยลงทุนที่มีอยู่ในพอร์ตออกมาอัตโนมัติ เพื่อจ่าย "ค่าการประกันภัย (COI)" และ "ค่าธรรมเนียมรักษากรมธรรม์" รายเดือน หากมูลค่าหน่วยลงทุนหมดลง กรมธรรม์จะขาดอายุทันที
A : ประกันสะสมทรัพย์จะ "การันตี" เงินคืนและผลตอบแทนที่แน่นอนตามสัญญา ไม่ผันผวนตามตลาดหุ้น แต่ Unit Linked "ไม่การันตี" ผลตอบแทน แต่แลกมาด้วยโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า และความยืดหยุ่นในการปรับลด/เพิ่มทุนประกันหรือหยุดพักชำระเบี้ยฯ ได้